ลัดเลี้ยว เกียวโต 001: เกาหลีบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง
posted on 05 Jan 2010 15:54 by future7
สวัสดีครับ
หายไปซะหลายวัน แหะๆ ยังสบายดีอยู่
เมื่อหลังปีใหม่ก็ไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนบ้างอะไรบ้าง
เอาเป็นว่าไปเจอเพื่อนเกาหลีที่ไม่ได้เจอกันมานาน น่าจะสองปีได้
เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนภาษาญี่ปุ่นนั่นแหละครับ
แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว เอ้ยย ไอ้บ้า ยังเป็นอยู่
เรื่องมันมีอยู่ว่า ....เอ้ยย แกไม่ใช่เวบดราม่านะเฟ้ย
ไปเจอเพื่อนมา ไม่ได้คุยกันนานก็ไม่รู้จะคุยอะไรดี
วกวนอยู่เรื่องเดิม
แล้วก็มาเจอะเรื่องเดิมอย่างว่าจริงๆ
เมื่อ "องค์บาก" กลับมาหลอกหลอน
เป็นอะไรมากไหมหนู องค์บากกับกูอีกแล้ว
ถ้าใครยังจำได้ถึงพิษสง เอ้ย ความโด่งดังของจา พนม ที่ไปตีตลาดไหกิมจิแตกมาแล้ว
เรื่องนี้มันดังจริงๆ ที่ค่ายทหารเกาหลี เอ้ย เค้าล้อเล่น หมายถึงดังในหมู่เด็กหนุ่มกิมจิ
เจอหนุ่มกิมจิที่ไหน มีจา พนม ตามมาหลอกหลอนกูที่นั่น
ก็ถือซะว่าเป็นการตีตลาดวงการบันเทิงคืนทางหนึ่ง
ฮา ฮา
เรื่องมันมีอยู่ว่า เพื่อนเกาหลีก็ย้อนไประทึกถึงจา พนม (อีกแล้ว)
เล่าให้ฟังถึงความร้ายกาจขององค์บาก
บางคนก็เอาท่าเท่ๆ ในหนังไปเล่นกันอย่างสนุกในโรงเรียนบ้าง อะไรบ้าง
ด้วยความข้องใจส่วนตัว เลยถามเพื่อนว่า
"เจอกันทีไรเอ็งองค์บากกับข้าตลอด เรื่องมันสนุกขนาดนั้นเลยรึ"
เพื่อนตอบมาถึงขั้นอึ้ง "เอ้ย สนุก สุดยอดเอ็ง"
ล่าสุดเพื่อนถามว่า "จะมีอ งค์บาก 3 ไหม หนูไม่พลาดแน่นอน"
ผมตอบไป "ได้ข่าวมีแน่นอน ออนซอนพี่น้องเอ้ย"
เพื่อนเกาหลี เจ้าหนูกิมจิดีใจแทบเนื้อเต้น อดรนทนไม่ไหว
โอ้ยย แอบดีใจ พี่จา กู กู้หน้าให้ประเทศชาติได้จริงๆ
ฮา ฮา
นอกจากนี้ เพื่อนยังสงสัยมากกว่านั้น
"ทำไมอีกเรื่องถึงชื่อต้มยำกุ้ง"
ข้าพเจ้าไม่รู้ เลยตอบส่งๆ ไปเรื่อยว่า อาหารไทยต้องต้มยำกุ้ง
มันเป็นยี่ห้อประเทศ มันเป็นที่สุดแล้ว เอ็งเชื่อข้า
เอาล่ะ ถ้ามีหนุ่มกิมจิหน้าไหนมาถามท่านเกี่ยวกับต้มยำกุ้ง หรือหนังเรื่องนั้น
ช่วยกันทำมาหากินกับข้าพเจ้าด้วยว่า มันจริงอย่างที่คนไทยคนหนึ่งพูดไว้จริงๆ ก๊ากก
นอกจากนี้ ในวงสนทนา ณ ร้านอาหารจีน
(ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมไปร้านอาหารจีน ฮา ฮา)
จู่ๆ เพื่อนก็โพล่งชื่อหนึ่งขึ้นมา
"รู้จักนิชคุณมั้ย"
ข้าพเจ้า "รู้จักนะ"
ข้าพเจ้าคิดว่าน้องหนูนิชคุณ ณ วงบ่ายสองบ้างอะไรบ้าง น่าจะกู้หน้าให้ชาติบ้านเมืองได้เช่นกัน
เลยถามไปว่าอยู่ที่โน่นน้องหนูนิชคุณดังไหม
เพื่อนคนนึงตอบมาว่า "รู้สึกว่าในวงนี้ นิชคุณดูเหมือนจะดังมาก"
เลยถามต่ออีก "ภาษาเกาหลีเขาเป็นอย่างไรบ้าง"
เพื่อนตอบ "พูดเหมือนคนเกาหลีพูด"
ข้าพเจ้ารู้สึกตื้นตันยิ่งนัก ที่น้องหนูนิชคุณไม่ทำให้เราชาวไทยผิดหวังจริงๆ
ไปตีตลาดไหกิมจิแตกเป็นรอบที่สองแล้ว แต่ผิดที่ว่าคราวนี้เป็นสาวๆ กิมจิเขาล่ะ
ฮา ฮา
เพื่อนเกาหลี ถามมาอีกว่า ได้ข่าวว่าที่ไทยตอนนี้นักร้อง ดารา ละคร หนังเกาหลี ดังมากจริงไหม
ข้าพเจ้าตอบไปว่า "ดังสุดๆ"
แต่ไม่เข้าใจ เพื่อนทำหน้าตาสลดๆ ประมาณว่าบ้านกูเนี่ยนะมีอะไรหรอ ถึงต้องดังขนาดนั้น
เอ่อ ...เอ็งไม่คิดจะสนับสนุนตลาดบันเทิงเอ็งหน่อยรึ โดยองอวยอะไรกันไป
ฮา ฮา
วกวน งกๆ เงิ่นๆ พูดเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องญี่ปุ่นอยู่ตั้งนาน
เราก็กลับมาที่เกาะของเรา (ไอ้หน้าด้าน ใครบอกเกาะเอ็ง มาอาศัยเขาอยู่มิใช่รึ)
เพื่อนเกาหลีที่ไม่ได้เจอกันนาน
ได้มาอัพเดทข่าวอันน่าทึ่ง ทำให้ข้าพเจ้าก็รู้สึกตลกโปกฮาในคราวเดียว
เพื่อนบอกว่าไปอ่านเจอมาในนิตยสารเล่มหนึ่ง (ซึ่งกูก็ไม่รู้ว่าเล่มไหน)
อย่างที่ท่านรู้กันว่า เกียวโต นอกจากจะเต็มไปด้วยวัดวาศาลเจ้าแล้ว
ยังเป็นจังหวัดการศึกษา คือมีมหาวิทยาลัยเยอะมาก ก ไก่อีกหลายตัว
ไม่ว่าจะรัฐบาล เอกชน มหาลัยสอนให้เป็นพระ ท่านยังมี โอ้ววว
นั่นแหละ
เขาก็มีไปสำรวจความคิดเห็น สาวๆ วัยรุ่น วัยเรียนที่เมืองเกียวโตนี่แหละว่า
(ขำๆ ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน)
"ท่านคิดว่าหนุ่มๆ มหาลัยไหน น่าจะไม่เคยไปโกคง"
*โกคง ก็คือการที่หนุ่มสาวมาพบปะกัน ถ้าคุยถูกใจกันก็สานต่อกัน บลาๆ
โดยปกติ ไม่สิ คือสักครั้งหนึ่งในชีวิต คนญี่ปุ่นเขาต้องเคยไปโกคงบ้าง อะไรบ้าง
กลับมาที่คำถามของเรา
"ท่านคิดว่าหนุ่มๆ มหาลัยไหน น่าจะไม่เคยไปโกคง"
เพื่อนบอกมาอันดับหนึ่งไร้ซึ่งข้อกังขา
เพราะคือ "เกียวได" ด้วยเหตุผลที่ว่า หนุ่มเกียวได เรียนมากไป มีแต่พวกประหลาดโลก
ฮา ฮา จริงที่สุด ฮา ฮา อยากหัวเราะให้ท้องแตกตาย
อันดับสองนี่น่าทึ่ง
อันดับสองคือมหาลัยอาร์ต ที่ข้าพเจ้าเคยไปเรียนภาษามา
ถ้าใครยังจำได้ มหาลัยนั้นมีแต่คนแต่งตัวกันหลุดโลกเหมือนมาจากดาวอะปุ กะปิ๊ (อยู่ไหนวะ)
ที่ได้ผลโหวตที่สอง
ด้วยเหตุผลที่ว่า "แฟชั่นดูหลุดโลกเกินไป คงไม่มีสาวไหนกล้าควงไปเดินด้วย"
ก๊ากกกกกกกก อารมณ์ว่ามีแต่พวกเดียวกันเท่านั้นที่เข้าใจกัน ฮาาาาาาาาา
แต่จริงที่สุด เขาหลุดโลกกันแล้วจริงๆ
โอ้ยย ฟังผลสำรวจจบ แทบหัวเราะตายคาโต๊ะ
อย่างน้อยข้าพเจ้าก็ยังรู้สึกว่า กูคงไม่ได้รู้สึกไปคนเดียวว่าเด็กมหาลัยที่เรียนอยู่มันแปลกจริงๆ
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเขานี่แหละ คือความแปลกด้านบวก
คือสร้างสรรค์ให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง เพราะหมกมุ่นที่จะวิจัย วิจัย วิจัย วิจัย
ฮา ฮา
แต่ชีวิตมนุษย์คงไม่ได้มีแค่นั้นล่ะม้างงง เอ้ย ไปกัดเขาทำไมล่ะเอ็ง
ปีใหม่ปีนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ลัดเลี้ยว เกียวโต
จะได้มีโอกาสเสริฟ์เมนูเอนทรี่สนุกๆ อย่างเช่นเคยเป็นมา และจะพยายามดราม่าให้น้อยลง
เอิงเอย ฯ
