หวัง หวัง
posted on 03 Nov 2009 21:21 by future7
ถ้าความรักเป็นเหมือนกับกลุ่มก้อนของความรู้สึกที่มนุษย์อย่างเราสัมผัสไม่ได้
แต่รู้สึกถึงมันได้ ผมว่าความรักก็คงเหมือนกับลมหนาวที่กำลังมาเยือนเราอยู่ตอนนี้กระมังครับ
ก่อนอื่นผมต้องขออภัยสำหรับพี่น้องชาวทวิภพ (ทวิตเตอร์ + พิภพ)
ผมอาจจะทวีตอะไรไร้สาระต่อวันในปริมาณมากหน่อย
อาจจะไม่มีชีวิตที่น่าติดตาม หรือถ้อยคำคมๆ เหมือนกับท่านนักเขียนหลายท่าน
แต่ไม่ต้องคิดมากกับข้อความสามสี่บรรทัดข้างบนนั่นครับ
ผมไม่ได้น้อยใจ ไม่ได้ตั้งใจมาซากอ้อยแต่อย่างใดครับ
แค่จะบอกว่าขอบคุณครับที่ติดตาม :D
จู่ๆ อากาศที่นี่ก็เย็นลงฮวบฮาบรวดเร็วไวกว่าอีเอ็มเอส
ตอนนี้ที่เกียวโตหนาวแล้ว หนาวแบบตั้งใจหนาว (มีแบบไม่ตั้งใจหนาวด้วยหรอวะ -*-)
ทั้งๆ ที่สามสี่วันก่อนหน้านั้น ผมยังจำได้ว่าผมใส่เสื้อยืดแขนสั้นไปไหนต่อไหน
แต่ตอนนี้ต้องไปขุดเสื้อกันหนาวจากในตู้มาละครับ
ความจริงมันก็ไม่ได้เรียงเป็นระเบียบสวยอยู่ในตู้หรอกนะครับ แหะๆ
เมื่อสองสามวันก่อนก็เพิ่งไปเจอเพื่อนมาครับ
เพื่อนที่ไม่ได้เจอหน้าค่าตากันมาเป็นปี
ถ้าไม่นับว่าไปเจอกันตอนที่ผมกลับไทยคราวก่อน
คงจะไม่ได้เจอหน้ามัน(ที่หมายถึงเพื่อน) สอง สามปีละครับ
นั่งนึกๆ ดู เวลามันผ่านไปเร็วมากครับ
ผมยังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง อย่างที่มนุษย์ควรจะเป็น
(สร้างไม้บรรทัดให้กับตัวเอง)
ผมยังเรียนไม่จบโท
ผมยังไม่มีครอบครัว
ที่สำคัญ ผมยังโสด (แหงล่ะ ใครเขาจะอยากคบค้ากับเอ็งวะ)
เอ้ย เอ้ย
การที่ได้ไปเจอเพื่อน
ทำให้ผมได้รู้ว่า ผมปากจัดขึ้นจริงๆ -*-
ผมบ่นมากขึ้น ด่าสังคมโลกรอบด้าน คือกูก็ไม่ได้ดี แต่ก็ด่าว่าเขาไปทั่ว
บ่นเป็นหมี หน้าก็เป็นหมีเข้าไปทุกวัน
อะไรวะเนี่ย
แล้วเมื่อไหร่กันชีวิตมันจะเข้าที่เข้าทางสักทีละเนี่ย
ผมยังไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดี ที่ควรทำ
ผมยังทำไม่ได้เท่าที่อยากทำในหลายเรื่อง
ที่เขาบอกว่าเวลาไม่เคยคอยท่านี่น่าจะจริง
แก่ลงไปทุกวันครับ อีกไม่นานก็คงตายละ
คิดๆ ดู วันๆ ผมแม่งทำอะไรบ้างวะ สร้างสรรค์อะไรเพื่อตัวเอง คนรอบข้าง ทำให้โลกเย็นลงหรือยัง
ที่สำคัญมากกว่านั้น ผมซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองหรือยังวะ
นอกจากนี้ นั่งคิดไปคิดมา
ผมรู้จักเพื่อนคนที่ว่านั่นมาใกล้สิบปีเต็มแก่ละครับ นั่นคือเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยนะ
ส่วนเพื่อนประถมนี่ไม่ต้องถาม -*-
คิดไปคิดมา หนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน
ผมเหลือเวลาอยู่บนโลกนี้ไม่น่าเกินสองหมื่นวัน
และถ้าจู่ๆ ผมหกล้มหัวฟาดกำแพงตายห่าไป
ผมคงจะต้องเสียใจว่า
ผมยังไม่ได้สั่งสมกรรมดีอย่างเต็มที่
ผมยังไม่ได้ทำในสิ่งที่ผมอยากทำ
ผมยังเรียนไม่จบ
ผมยังไม่ได้ดูแลตัวเอง
ผมยังไม่ได้ดูแลพ่อแม่
ผมยังไม่ได้ช่วยแม่ล้างจาน
ผมยังไม่ได้ช่วยพ่อขายของ
ผมยังไม่ได้ไปเที่ยวในที่ที่ผมอยากไป
ผมยังไม่ได้มีหนังสือเป็นของตัวเอง
ผมยังไม่ได้ บลาๆ
แล้วจู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่า
ถ้าเอาสิ่งที่จะต้องทำนั้นยัดห่าใส่ถังขยะหรือชักโครกก็ได้ แล้วกดน้ำ
ผมคงไม่มีสิ่งที่ต้องทำละ
ชีวิตผมคงสมบูรณ์ได้อย่างง่ายดายแน่ๆ
ผมไม่ต้องทำอะไร
แค่ผมมีชีวิต และเต็มที่กับอะไรสักอย่าง มันคงพอละ
มีคนบอกว่าอย่าอยู่กับอดีต และคิดถึงอนาคตมากไป
เพราะสิ่งที่เราจะต้องอยู่จริงๆ มันคือปัจจุบัน อย่างตอนนี้ก็ 23.15 น.
ผมควรจะอยู่กับปัจจุบันที่เป็นอยู่ แล้่วก็ใช้เวลาไปอย่างมีความสุขคงดีกว่า
เอาล่ะ
คงถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนพลังขับเคลื่อนชีวิตบางอย่าง
ช่วงหลังๆ มานี้ผมรู้สึกว่าผมมีชีวิตในญี่ปุ่นอย่างคนสิ้่นหวังมาก
เพราะบอกตัวเองว่ากูหมดหวังละ
เอาล่ะๆ ถึงเวลาต้องจูนคลื่นชีวิตกันอีกรอบ
ผมจะลองอยู่อย่างคนมีหวัง (น้อย) อีกสักตั้งจะดีกว่า
เริ่มตั้งแต่นาทีปัจจุบันนี้เลยละกันกัน
23.20 ห้าทุ่มยี่สิบ ผมเป็นผู้ชายที่ใช้ชีวิตในญี่ปุ่นอย่างมีความหวัง
ผมหวังว่าพรุ่งนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน


#1 By redtear on 2009-11-03 21:31