เรียนต่อป.โทในญี่ปุ่น

posted on 30 Oct 2009 18:57 by future7

 

 

 

 



สวัสดีครับ

ขอเล่าเกี่ยวกับ เอ็นเอชเค เมื่อเอนทรี่ก่อนนะครับ
สรุปว่าเอ็นเอชเคเนี่ย โดยธรรมเนียมปฎิบัติแล้ว เราก็ต้องจ่ายเงินนะครับ
แต่ก็ไม่มีใครมาลากคอบอกว่า "มึงต้องจ่ายนะเว้ยย" (เหมือนกัน)
มันเป็นเหมือนการลงขันช่วย เพื่อให้สถานีเอ็นเอชเคสามารถทำงานต่อไปได้
แต่ที่ผมเล่าไปเมื่อเอนทรี่ก่อน ผมไม่ได้ต้องการจะทำลายภาพลักษณ์
ดิสเดรดิตอันดีงามของเอ็นเอชเคแต่อย่างใด

เอาเป็นว่าผมคิดว่าที่ผมกับเพื่อนเจอไปนั้น
ผมกับเพื่อนแค่สงสัยว่าอาจจะไม่ใช่คนที่มาเก็บเงินค่าเอ็นเอชเคจริงๆ นั่นเองครับ

ส่วนสิ่งที่เราควรทำจริงๆ ก็คือต้องจ่ายเงินให้ถูกต้องไปล่ะครับ

 

 

 

 

เอาล่ะ มาว่ากันต่อ . . .


มีคนถามเกี่ยวกับเรื่องเรียนต่อญี่ปุ่นเยอะมากครับ
จนผมคิดว่าตัวเองเป็นตัวแทนกระทรวงการศึกษาญี่ปุ่นไปแล้ว
ฮ า ฮา ว่าไปโน่น

เอาล่ะครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ ผมยกมาตอบทั้งหมดทั้งมวลในเอนทรี่นี้เลยละกันนะครับ
ว่าประวัติความเป็นมามันยังไง ผมแถไถมาเรียนโทได้ยังไง ต้องทำอะไรบ้าง บลาๆ

เอนทรี่นี้ ยาวมาก มีสาระ(คิดเอง) ไม่ขำขัน (คิดเองอีก) และคงอ่านกันเหนื่อย (อันนี้จริง)
ถ้าหากสนใจจะเรียนต่อญี่ปุ่น อ่านตั้งแต่เริ่มจนจบครับ
ถ้าไม่สนใจ แนะนำว่าปิดหน้านี้ไป ลบบล็อกออกจาก fav ไปเลย เอ้ยยย ไม่ช้ายยยย

คลานเข่าไปตามแฟนๆ กลับมาครับ กลับมา ผมล้อเล่น
ถ้าไม่สนใจก็อ่านได้อยู่แล้นนน

 

 

 

มาเรียนญี่ปุ่นยังไง ก็จะดูกว้างขวางเหมือนมหาสมุทรอยู่สักหน่อย
บีบให้มันแคบลงเป็นแม่น้ำละกัน

เรียนอะไรมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยการอาชีพ แนะ แคบละ
งั้นเอาแคบอีก ให้เหลือแค่คลองก็พอละ

เรียนมหาวิทยาลัยละกัน แล้วเรียนป.โทด้วย เห็นไหม แค้บ แคบ


1. เรียนป.โท ในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นต้องทำยังไงบ้าง
และคุณจะมาญี่ปุ่นโดยทุนอะไร

ก. มาเรียนทุนตัวเอง -ไปที่ข้อ 2
ข. เขาส่งมาเรียน (ได้ทุน)- จบแบบสอบถาม -*-

 

 

 

 

ถ้ามาทุนตัวเอง

ต้องเข้าใจอย่างงี้ก่อนครับว่า การที่เลือกจะมาเรียนญี่ปุ่น
หมายถึงคุณเลือกที่จะมาเริ่มเรียนภาษาที่สามแล้วนะ
อย่ามากระแดะว่าฉันพูดภาษาอังกฤษก็ได้ ไม่จริ๊งงง

จริงอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยคุณอาจจะใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้(บ้าง)
แต่ชีวิตนอกมหาวิทยาลัยนี่มันภาษาญี่ปุ่นเกือบล้วนๆ ครับ
เอาล่ะ แล้วถ้าอยากได้ภาษาญี่ปุ่นด้วย ก็คงต้องมาเรียนภาษาญี่ปุ่นก่อนสินะ
แต่ถ้าไผอยากข้ามขั้นตอนเข้ามหาวิทยาลัยเลยก็ได้ ไฮโซไป

 

 

 

 

เอาล่ะๆ อาจจะเรียนภาษาสักปีหรือสองปีก็ว่ากันไป
หรือจะเรียนน้อยกว่านั้นสามเดือน หกเดือนก็ว่ากันไปอีก
แล้วแต่ต้นทุนที่มีอยู่นะครับว่ามีเท่าไหร่
ถ้ามีเวลามาก ไม่มีปัญหาเรื่องเงิน ผมแนะนำว่าเรียนภาษาญี่ปุ่นไปจนกว่าจะได้
เอาถึงสอบผ่านระดับหนึ่งไปเล้ย ดีที่สุด
ไม่ต้องกระแดะอ็อบแอ็บว่ากูจะเรียนสายวิทย์ไม่เห็นเกี่ยว
แหม...ที่เลือกมาเรียนโดยทุนตัวเองก็เพราะชอบญี่ปุ่นใช่มะละ ถ้าใช่ก็เอาญี่ปุ่นด้วยเล้ย
จัดไปครับ จัดไป

หลังจากที่เรียนภาษาญี่ปุ่นละ
สำหรับท่านที่จะเรียนโท ส่วนจะเรียนตรีนี่ก็ต้องไปฟาดฟันกับเด็กญี่ปุ่นอีก
แม่งยิ่งกว่าสงครามกลางเมือง

 

 

 

เอางี้ขนาดคนญี่ปุ่นเองมันยังตบตีกันแทบตายกว่าจะได้เข้ามหาลัยที่มันอยากเข้า
แล้วเราล่ะ  ในกรณีจะเรียนตรีนี่ต้องได้ภาษาญี่ปุ่นอย่างแรวงงครับ

เอาล่ะๆ พูดถึงป.โท สายวิทย์นะ สายศิลป์ไม่รู้ พิมพ์ไปเดี๋ยวเขาหาว่านั่งเทียนพิมพ์อีก


ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ระบบการศึกษาญี่ปุ่นคล้ายเรามั่กๆ
แต่ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลต่างกันอย่างสิ้นเชิง

มหาลัย(ขอใช้แบบนี้พิมพ์ง่ายดี)ที่ญี่ปุ่นแบ่งออกเป็นรัฐบวม เอ้ย รัฐบาล, เอกชน และมหาลัยเมือง
แนะ มีมหาลัยของเมืองด้วยนะเว้ย

นั่นแหละ

 

 

 

และระบบการศึกษาระดับป.โท บางที่ (เน้นว่าบางที่) มีสอนภาษาอังกฤษ
แต่ ไม่ใช่ทุกที่

สอนภาษาอังกฤษที่ว่าก็คือ เลคเชอร์ก็ภาษาอังกฤษด้วย อาจารย์ก็พูดอังกฤษ
เอ่อ แล้วจะมาเรียนภาษาอังกฤษที่ญี่ปุ่นทำไมใช่ไหมครับ -*-
ผมว่าไปอเมริกายุโรปถ้าจะสั่งสมประสบการณ์ได้ดีกว่า
แต่ใครจะมาเรียนภาษาอังกฤษในญี่ปุ่นนั้น มันไม่ผิด แต่ มันไม่ค่อยได้ใช้
ออกนอกมหาลัยเราก็ใบ้แดกทันที ถึงเราไม่ใบ้แดก แต่คนฟังเรามันตอบไม่ได้ก็ใบ้แดกแทนเรา
เอ่อ พอกันล่ะ

เอาล่ะๆ ตัดสินใจแล้วว่าจะเรียนป.โท

 

 

 

 

ระบบป.โท ของญี่ปุ่นนี่อาจจะต่างจากบ้านเราสักนิด
เพราะแม่งมีฟังก์ชั่นพิเศษ ก็คือ "นักศึกษาหัวใจ" เอ้ย "นักศึกษาวิจัย"

นักศึกษาวิจัย คือ ระบบเรียนก่อนเป็นนักศึกษาป.โท จะเป็นหรือไม่ก็ได้
คืออารมณ์ว่ามาลองงานในแล็ปดูก่อน ไม่ได้เครดิตใดใดทั้งสิ้น 

ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นนักศึกษาวิจัยก่อน แล้วค่อยเข้าป.โท
แต่สอบเข้าป.โทเลยก็ได้

 

 

 

 

การเป็นนักศึกษาวิจัย ทำให้เราได้มีโอกาสปรับตัวบลาๆ เอิงเอย
อันได้แก่ คัลเจอร์ช็อก ก็อก แก็ก ๆ รู้จักวัฒนธรรมมหาลัย บลาๆ เบลอๆ
อยากไปลองเรียนวิชานั้น ลงเรียนวิชานี้ดูได้ไม่เสียหายอะไร
เกรดเกริดอะไรก็ไม่ได้ ได้แค่ความสะใจส่วนตัว

เอาล่ะ จะเป็นนักศึกษาวิจัยได้อย่างไร

ก็ต้องติดต่อแอดไวเซอร์ก่อนเป็นอันดับแรก มีหัวข้อวิจัยที่ตรงกันมั้ย
มันเป็นเรื่องที่เราอยากทำหรือเปล่า และอาจารย์ก็ทำอยู่ไหม

ผมไม่แนะนำให้เลือก เพราะอยากเรียนมหาลัยนี้
มันไม่มีประโยชน์ ถ้าสิ่งที่เราอยากทำนั้น กลับไม่ได้ทำจริงๆ

 

 

 

 

สมมติว่าอยากเข้าเกียวได แต่ไม่มีอาจารย์คนไหนทำวิจัยในหัวข้อที่ใกล้กับเราเลย
ถึงเราจะพยายามแถไถตอแหลหลอกล่ออาจารย์ให้รับเรา
มันก็ได้ครับ แต่รับแล้ว เรียนไป ทำวิจัยไป เราไม่มีความสุขกับมัน นรกเกิดล่ะทีนี้

การเรียนที่ญี่ปุ่น มหาลัยญี่ปุ่น กับคนญี่ปุ่น
เราต้องปรับตัวหลายอย่าง เนื่องด้วยวัฒนธรรมที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ใครอาจจะมองว่าเอเชียเหมือนกัน ผมขอตอบว่าไม่ คนญี่ปุ่นพิเศษกว่านั้น
ถ้าอยากรู้ว่ามีฟังก์ชั่นพิเศษยังไง ให้ตามหาอ่านเอาแถวๆ นี้ครับ เขียนไว้หลายเอนทรี่
นอกจากนี้เราต้องมีความอดทนเสริมกำลังเข้าไปอีกหลายทบ

 

 

 

เอางี้ ถ้าให้ผมแนะนำตามสไตล์คนชั่วๆ แนะนำ
ผมแนะนำว่าไม่อยากให้เรียนเพราะชื่อเสียงของมหาลัย แต่เรียนในสิ่งที่อยากเรียนเถอะ
เพราะหลังจากนี้มันจะอยู่กับเราไปอย่างน้อยก็สองสามปี
ถ้าหนักหน่อยมารู้ตัวว่าไม่ชอบ แต่กลับไม่ได้ไปไม่ถึงแล้ว มันไม่มีทางเลือกไหนนอกจากต้องทนและทำต่อ

เอาล่ะๆ ติดต่ออาจารย์ยังไง
ก็ไปหาดูข้อมูลของงานวิจัยที่เราสนใจตามเวบมหาลัยต่างๆ
มันก็จะมีลิ้งไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็อาจจะมีลิ้งค์อีเมลอาจารย์แปะหราอยู่

ตัดสินใจละว่าอยากทำกับอาจารย์คนนี้แน่ ก็เมลไม่เลย
ไม่ต้องเกรงใจเขา แสดงความอยากให้เขาเห็น

 

 

 

 

 

เขียนอะไรในเมลบ้าง นี่ก็ปัญหาโลกแตก
เขียนไปครับ คุณเป็นใครมาจากไหน เรียนอะไร ทำอะไรมา(หัวข้อที่เคยทำ)
แล้วในอนาคตสิ่งที่อยากทำคืออะไร เพราะอะไร
แล้วทำไมต้องอาจารย์ บลาๆ  เขียนไปให้หมด

ส่งไปครั้งแรก ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก
อย่าเพิ่งหมดหวัง ลองพยายามส่งไปเรื่อยๆ เป็นจังก์เมลอะไรก็ว่าไป
ให้อาจารย์เห็นว่าอยากเรียนด้วยจริงๆ นะเว้ย กูน่ะจริงจัง ขอร้องล่ะ


หลังจากที่ท่านตอบรับมา เรียกเรามาคุยด้วย
หลังจากนี้ก็ไม่ต้องบอกแล้วนะว่าควรทำยังไง ก็ตามน้ำไป

นักศึกษาวิจัยจะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของอาจารย์ล้วนๆ
ถ้าอาจารย์บอกได้ ทุกอย่างในโลกนี้ได้หมด

ที่มหาลัยญี่ปุ่นอาจารย์ใหญ่กว่าสำนักทะเบียน เปลี่ยนโลก สร้างโลก
อาจารย์ว่าไง ทะเบียนต้องว่าตามหมด
เอาเป็นว่า อาจารย์นี่แหละ คือ คนที่จะกุมชะตาคุณในมหาลัยทั้งชีวิต

 

 

 

 

 

มีคำถามตามมาอีกล่ะ
ต้องสอบนั่นนี่นี่นั่นมั้ย ต้องได้เกรดเท่าไหร่ ต้องอะไรยังไง

คือถ้าไม่ได้ขอทุนจากไทยมาเรียน เกรดเท่าไหร่ก็ได้ครับ
ขอให้มีความอยากให้มาก อยากให้พอ อยากไม่พอ ต้องอยากให้พอ

เอาล่ะ หลังจากที่อาจารย์รับแล้ว เราได้เป็นแน่ๆ นักศึกษาวิจัย

 

 

 

มาพูดถึงกรณีข้ามชอต ไม่เป็นนักศึกษาหัวใจ เอ้ย วิจัย
ก็สอบเข้าโทเลย

เดี๋ยวนี้ (ในปีหน้า)

กระทรวงศึกษาญี่ปุ่น มีนโยบายจะรับนักศึกษาต่างชาติเพิ่มขึ้น
มหาลัยบางที่ จะมีโครงการนำร่องเรียนแบบภาษาอังกฤษ
คือสร้างอังกฤษคอร์สขึ้นมาในมหาลัย
ประมาณว่าคุณพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ก็สามารถเรียนมหาลัยญี่ปุ่นได้

ซึ่งทั้งมหาลัยรัฐและเอกชนก็เริ่มละ

อย่างมหาลัยผมก็เริ่มปีหน้า
เงื่อนไขก็คงเหมือนกับเข้ามหาลัยในยุโรปหรืออเมริกา
คือต้องมีคะแนนสอบโทเฟล (คิดว่าอย่างต่ำน่าจะร้อยต้นๆ iBT )
เกรดเฉลี่ย ก็คงต้องสามขึ้น ประมาณนี้

(ทุกอย่างยังไม่มีเกณฑ์แน่ชัด แต่คิดว่าการแข่งขันสูงพอตัวครับ)


อันนี้คือโครงการนำร่อง

 

 

 

หรืออีกแบบก็คือเข้าแบบสอบเข้าปกติ
เรียนคอร์สที่สอนภาษาญี่ปุ่น เลคเชอร์ภาษาญี่ปุ่น
ก็ต้องสอบเหมือนกับที่นักศึกษาอื่นๆ สอบกัน ซึ่งแต่มหาลัยไม่เหมือนกัน
ผมจึงไม่สามารถบอกได้ว่าข้อสอบเป็นแนวไหน
แต่ที่แน่ๆ ก็คงเป็นสาขาที่เราจะเรียน และมีสอบสัมภาษณ์ด้วยครับ


เอาล่ะๆ เตรียมตัวอย่างไร
อื่นๆ ยิบย่อย มันขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยและอาจารย์
อย่างที่ผมได้บอกไปครับ

 

 

 

สุดท้าย

อยากเรียน ก่อนอื่นทิ้งสิ่งเหล่านี้

1. ความกลัว
2. ความกลัว
3. ความกลัว

และสร้างสิ่งเหล่านี้

1. ความกล้า
2. ความกล้า
3. ความกล้า
4. ความกล้า

ทุกอย่างในโลกนี้มีความเสี่ยง ไม่มีอะไรไม่มีความเสี่ยง
จะได้หรือเสียก็ต้องเสี่ยง
ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่มีทางรู้ว่าจะได้ไหม
อย่าเพิ่งล้มก่อนยังไม่ได้เริ่มครับ

 

 

สู้ต่อไป



 

 

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง



7 ข้อ ลองคิดให้ดีก่อนมาเรียนต่อที่ญี่ปุ่น
http://future7.exteen.com/20090307/entry



เรียนต่อป.โทที่ญี่ปุ่นอย่างมีเซี้ยงจี๊
http://future7.exteen.com/20090211/entry
 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot!

อยากไปบ้าง แต่สายไปแระ
มีประโยชน์มากค่ะ เราเองก็อยากเรียนต่อโทนะ
แต่คิดว่าถ้าจะต่อ ขอไปประเทศที่ใช้engดีกว่า

ญี่ปุ่นเอาไว้ฝึกไปด้วยแล้วหาทาง(ลักลอบ)เข้าไปทำงานเอา ฮี่ๆ open-mounthed smile

#2 By Pisaj-Elf on 2009-10-30 19:09

Hot! Hot! Hot!
อยากไปแต่ไฟแรงไม่พอ surprised smile
Hot! Hot! Hot!

#4 By SkyKiD on 2009-10-30 19:16

ขอบคุณพงคุงมากคะที่ชี้แนะ
นี่คิดมาหลายตลบแล้วหละคะ ว่าจะเอาไง จะไปดีไม่ไปดี

Hot! Hot! Hot!

#5 By myuk on 2009-10-30 19:18

อยากเรียนภาษามากกว่าค่ะ ต่อโทไม่รู้จะต่ออะไร แต่ถ้ามีออกแบบก็น่าสนใจนะ ไม่ก็พวกศิลปะเงี้ย
Hot! Hot! Hot! Hot!
ว่าแต่ต่อโทนี่จำกัดอายุป่าวคะ

#6 By ป้าแดง underground on 2009-10-30 19:28

อยากไปบ้างแต่ไม่มีทุน

จบข่าว~ sad smile Hot!

#7 By dattebayo on 2009-10-30 19:56

อา...
อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนป.ตรีด้วยน่ะค่ะ
ของสายวิทย์

อยากรู้ว่าถ้าพิจาราณาแล้วควรเรียนที่ไทยให้รอดก่อนหรือไปยุ่นก็ไม่เสียหาย

= ="

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ช่วยให้ฉุกคิดอะไรอีกหลายอย่างค่ะ
Hot!

#8 By หมาแว่น on 2009-10-30 20:30

Hot!
อ่านบลอกพี่พงมาเรื่อยๆ แต่ไม่ได้คอมเมนต์เท่าไหร่ ฮ่าๆsad smile
ครั้งนี้ขอเขียนหน่อยละกันค่ะ

ช่วงนี้กำลังจิตแตกเรื่องเรียนต่อพอดี มาอ่านแล้ว อืมมมมมม ช่วยตัดสินใจได้เยอะเหมือนกันค่ะcry
m>_<m ขอบพระคุณมากๆ ที่เอาประสบการณ์มาแบ่งปันค่ะ

#9 By PARAkeet on 2009-10-30 20:47

เงินไม่อำนวย ไม่อยากไปตายเอาดาบหน้า
ตอนนี้ เอาภาษาให้รอดก่อน

เอนทรี่นี้ สาระเพียบ!! ส่งดราก็อนบอลHot! Hot!

#10 By Yuki ARASHI on 2009-10-30 21:19

ขอบคุณมากค่ะ ^^Hot! Hot! Hot!

#11 By Littledog on 2009-10-30 21:34

ขอบคุณสำหรับเอนที่ค่ะ

ยอมรับว่ากล้าๆกลัว แต่ในเมื่อตัดสินใจไปแระ ก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุด ..แม้จะเห็นว่าหนทางมันช่าง รากเลือดซะเหลือเกินก็เถอะ....เหอเหอ



ขอบคุณหลายๆๆๆนะคะ

#12 By Hua-Bhug-Ahe on 2009-10-30 23:42

big smile Hot! Hot! Hot!

#12 By ♥..Ta๊y๋l๏r๊~ * on 2009-10-31 01:05

อวยพรให้เปิดคอรสอังกิดเยอะๆ เร็วๆ sad smile

#13 By sage_nu on 2009-10-31 01:18

Hot!

เป็นข้อมูลที่ดีมากครับ .. big smile

#14 By anonymouz on 2009-10-31 02:04

มีประโยชน์กับคนที่อยากเรียนต่อญี่ปุ่นดีจังเลยค่ะ

Hot!

#15 By NOOPLOY^-^ on 2009-10-31 04:29

ฮ่าๆ อย๊ากอยากกก แต่แรงไม่พอ แง่วววว
ใจคงต้องสู้น่าดู อยู่ไทยนี้ยังจะไปไม่รอด

แล้วถ้าสอบทุนไปหล่ะค่ะ เป็นไง
แรงไม่พอ ก็ต้องหาแรงหล่ะทีนี้
จัดไปคร้าาา Hot! Hot! Hot!

#16 By aiiki on 2009-10-31 17:51

มีแผนต่อโทอยู่ในหัวค่ะ ญี่ปุ่นเป็นที่ๆอยากไปเรียนมากที่สุด (ไอ้ตอนเรียนทุนลอยเคว้งคว้างเต็มไปหมดแต่ไม่อยากคว้ามา ดันมาเลือกทำงาน)

สร้างความกล้าให้มากกว่าความกลัวที่ทิ้งไปงั้นเหรอ อืม...

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเบื้องต้นค่ะ

#17 By -=[BlueBlood]=- on 2009-10-31 23:33

อยากรู้อ่ะค่ะ โทเกี่ยวกับศิลปกรรม หรือ กราฟฟิกนี่มีที่ไหนบ้างค่ะ(เด่นๆ)

#18 By zerozign on 2009-10-31 23:41

ทิ้งความกลัว ๆๆๆๆ
เป็น Blogger ที่เยี่ยม มากคับ แต่ถ้าใครกำลังมองหา MiniLaptop หรือ Notebook
108 วิธีการเลือกซื้อ Notebook คิดนิดก่อนจะซื้อ Notebook

http://minilaptop-tips.blogspot.com/
http://ClassicMiniLaptop.blogspot.com

#20 By po (119.42.98.136) on 2009-11-01 01:30

มาเล่าให้ฟังว่า เคยมีโปรเฟสเซอร์ท่านนึงเอาประวัติคนไทยที่จะมาเข้าแล็็บท่านให้ช่วยดู
ที่เค้าให้ความสำคัญคือ มหาลัยที่คุณจบตรีมาที่ไทยเป็็นมหาลัยพอมีฐานะหรือเปล่า และสำคัญที่สุดคืออย่ามีประวัติเปลี่ยนชื่อเป้ลี่ยนนามสกุลค่ะ คนยุ่นเหวอมากที่เห็นคนไทยเปลี่ยนชื่อกันง่ายๆ แม้เราจะพยายามอธิบายแล้วว่าเค้าเปลี่ยนแก้เคล็็ดมั้งตัว สรุปรายนั้นตกไปด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างค่ะ

อันที่จริงแล้ว แต่ละแล็บอยากได้เด็กมาเรียนจะตายไปค่ะ ยิ่งโทเอกแล้ว แถมถ้าเป็็นเด็กทุนยิ่งยินดี เพราะแล็็บได้เงินด้วย แหะๆ แต่ก็ระวังบางที่รับเด็กต่างด้าวมาใช้เป็นแรงงานทาสก็็มีนะคะ ยิ่งไม่รู้ภาษายุ่นยิ่งเสร็็จมัน หึๆ โดยเฉพาะมหาลัยไกลปืนเที่ยงน่ะค่ะ เก่งไม่สนเน้นถึก
มาเรียนโทเอกที่นี่ไม่ใช่ว่ายาก แต่มันไม่ใช่การเรียนล่ะมั้ง? มีแต่ทำแล็็บ แหงกๆ

เห็็นด้วยว่ามาญี่ปุ่นถ้าคิดจะอยู่ด้วยภาษาปะกิตก็....ไปเรียนยุโรปอเมริกาจะโดนใจกว่ามั้งคะ

#21 By แอน (60.33.47.91) on 2009-11-01 02:44

confused smile confused smile confused smile
เห็นด้วยกับ แมนท์ 21 คุณแอน ครับ
แต่ผมก็ผ่านมาได้ ....สนุกดี ใครอยากเรียนก็ไปเลยอยากคิดมาก จบโทได้แน่ๆ อยู่แล้ว
Hot!
อยากไปค่ะๆ ตอนนี้ก็ฝึกภาษาญี่ปุ่นอยู่ค่ะ
แต่บางทีก็อยากไปประเทศอื่นๆ 555+
ฉะนั้นหาข้อมูลไว้ก่อน ยังอีกนานค่ะ
ตอนนี้อยู่ม.2 อิอิ

และถ้าจะไปต้องหาทุน ><
มันช่างยากเย็น พยายามต่อไป
ไปเรียนประเทศไรดีๆๆ เก็บไว้คิดต่อ 555+

ขอบคุณที่ให้ข้อมูลนะค่า ^^

ปล.เจ้าของบล็อค25+ใช่ไหมคะ ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ
โฮะ โฮะ โฮะ ให้ดราก้อนบอล Hot! Hot!

#23 By purin on 2009-11-01 11:50

Hot! Hot!

อยากไปบ้าง แต่ดูอาการแล้ว ไปเที่ยวอย่างเดียวน่าจะดีกว่า

ตอนนี้ก้อเรียรโทอยู่ค่ะ แต่อยู่ในประเทศไทยนี่ล่ะ

มีความสุขทุกวัน เพราะว่าอาจารย์น่ารัก และพี่ๆก็ดูแลด้วย

ถ้าต้องไปอยู่ต่างประเทศ คงเหงาน่าดู

#24 By .o0 NAMASATE 0o. on 2009-11-01 15:23

โอ๊ะ ลิมๆ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ ^^

#25 By .o0 NAMASATE 0o. on 2009-11-01 15:24

Hot! Hot! Hot!

#26 By iDoi* on 2009-11-01 16:12

ขอบคุนมากๆค่ะ
คิดจะไปเรียนต่อโทญี่ปุ่น

แต่ตอนนี้ยังอยู่ปีหนึ่งอยู่เลย

อยากเรียนเหมือนกัน big smile

#28 By Kashiwa on 2009-11-01 17:57

พี่พงคุงสุโก้ย คัคโค่ย ในสายตาหนูมาก
พี่ทำในทุกสิ่งที่หนูปราศจากปัญญาจะทำได้ ฮา

รักพี่มาก พยายามเข้านะคะ
สาปแช่งให้สักวันหนูได้ไปตกนรกในญี่ปุ่นแบบนั้นด้วยเถิด

เพี้ยงๆๆๆๆ!!

(ปล.หนูเขียนเอาฮา แต่วาจาจริงใจ)

#29 By tragedy*illegitimate on 2009-11-01 19:42

ขอบคุณพี่พงมากครับ สาระเน้นๆเลย
ส่งไปให้เพื่อนดู

#30 By llldestinylll (125.25.80.159) on 2009-11-01 21:35

อยากไปบ้างค่ะ เป็นความฝันไว้เหมือนกัน

แต่เพิ่งเรียน ป.ตรีไปปีเดียวเอง ฮ่าๆๆ

ยังอีกไกลนัก....

แต่ตอนทิ้งท้ายเรื่องการทิ้งความกลัว สร้างความกล้านี่เป็นเรื่องจริง จริงๆเลยย ถ้าเรากล้าจะทำซะอย่าง ทุกอย่างมันก็เป็นไปได้ confused smile

ขอบคุณมากๆค่ะ Hot! Hot! Hot!

#31 By Nami on 2009-11-01 21:38

ขอบคุณมากๆค่ะ เอนทรีเป็นประโยค ตอนนี้เพิ่งเรียนจบทางวิทย์มา แต่อยากไปมากๆค่ะ กำลังพยายามๆเรียนภาษาแล้วจะหาทางไปอยู่ค่ะ
รู้ว่ามา้เริ่มเอาตอนนี้ทั้งๆที่ยังไม่มีพื้นอะัไรเลยมันยากลำบากพอสมควร
แต่ก็จะพยายามค่ะ ^^

#32 By dark_shochan on 2009-11-01 22:28

Hot!

#33 By Elta_kung on 2009-11-02 12:21

กำลังเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ค่ะ
กะว่าจะเรียนเซ็นมงที่นู่นต่อ
ชอบประโยคที่บอกว่า ทิ้งความกลัว และสร้างความกล้าจัง
เพราะโดนใจมาก ตอนนี้เรียนๆไปก็มีแต่คำถามพวกนี้อยู่ในหัว ว่าจะเรียนไหวไหม จะรอดไหม จะทำได้ไหม
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะbig smile

#34 By me-diy on 2009-11-02 14:40

Hot! Hot! big smile

#35 By RoSineR on 2009-11-02 19:54

ขอบคุณมากค่ะ เพราะเราเองก็กำลังลังเลอยู่ค่ะ

พออังกฤษก็ไม่เก่ง ญี่ปุ่นแต่แค่พื้นฐาน<<<ยังอ่อนหัดอยู่ดีนั่นแหละ

ที่ต้องเลือกอาจารย์นั่น แปลว่า เรียนป.โทเพื่อช่วยอาจารย์ทำวิจัยหรือเปล่าค่ะ

ขอเป็นแบบว่าไปเที่ยวดีกว่าละกัน ฮ่าๆ

#37 By p-i-e on 2009-11-03 09:35

ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูล

#38 By TUCKINSKY on 2009-11-03 15:00

ตอนมัธยมเคยคิดอยากเรียนต่อญี่ปุ่น
แต่ตอนนี้ แค่ป.ตรีที่ไทยยังไม่รู้จะจบรึเปล่าค่ะ
ยังแอบอยากไปอยู่นิดนึง คงต้องขอทำตามคำแนะนำละกันค่ะbig smile

#39 By Jinny^-^ on 2009-11-03 15:44

กลัว ไม่ไปแล้วครับ

#40 By มนุษย์กล่อง on 2009-11-03 16:34

เห็นเจ้าของกระทู้เขียนคำว่า "การแข่งขันที่นี่ยิ่งกว่าสงครามกลางเมือง".... นี่ขนาดจะเรียนต่อยังต้องแข่งกันด้วยเหรอคะเนี่ย (ตอนนี้เข้าช่วง就活แล้วหืดขึ้นคอพอควร... ) เห็นเพื่อนในรุ่นบอกไม่อยากหางานจะไปเรียนต่อกันเป็นแถว (กลายเป็นว่าหนีจากสงครามเมืองไปหาสงครามกรุงหรืออย่างไร...)

เห็นตอนนี้ก็ได้ยินข่าวมาเหมือนกันว่ามหาลัยพยายามจะนำหลักสูตรภาษาอังกฤษเข้ามาเพื่อเรียกคนต่างชาติมามากขึ้น (อย่างตอนนี้มหาลัยที่ผู้เขียนอยู่ก็เรียนเป็นหลักสูตรอังกฤษเหมือนกัน คิดว่าน่าจะอยู่ในช่วงนำร่อง) แต่ส่วนตัวแล้วมันก็จริงๆน่ะค่ะ จะอังกฤษก็อังกฤษ จะญี่ปุ่นก็ญี่ปุ่นไปเลย (ตอนนี้ญี่ปุ่นก็ไม่ค่อยได้ อังกฤษก็เหมือนจะแย่ลง ภาษาไทยก็ดูจะไม่รู้เรื่องมากขึ้นไปอีกsad smile)

ญี่ปุ่นนี่เป็นภาษาที่รันทดจริงๆด้วยล่ะค่ะ sad smile

#41 By *。::Eda::。* on 2009-11-11 22:45

พี่ขา นู๋กะลังจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นคร้า ต้องไปปรับภาษก่อน

ใช้ทุนตัวเองค่ะ แต่นู๋กำลังคิดอยู่ว่าจะเรียน ป.ตรี อีกใบดีไหม

เพราะโทมันเกินกำลังมันสมองนู๋อะค่ะ ขี้เกรียด บวกโงอะค่ะ

กลัวค่ะ เรียนตรีต้องทำไงบ้างค่ะ พี่แนะนำหน่อยจิ

นู๋จาไปอยู่ที่นีงะตะ ค่ะ พี่พอรู้จักมหาลัยที่นั้นบ้างไหมค่ะ

#42 By นู๋ตาหวาน (61.91.161.245) on 2009-11-13 03:09

เป็นประโยชน์มากค่ะเรียนภาษาญี่ปุ่น2ปีความรู้แค่นี้เรียนป.โทที่ญี่ปุ่นได้ป่ะคะ
ขอบคุณค่ะ

#43 By anna (114.48.41.213) on 2009-11-15 12:37