เพราะมนุษย์มีเส้นทางเดินเป็นของตัวเอง
posted on 25 Jul 2009 03:21 by future7
ผมเชื่อว่ามนุษย์แต่ละคนมีหนทางของตัวเอง ...
ไม่ว่าเราจะเป็นมนุษย์แบบไหน เราก็ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของโลก
เป็นจิ๊กซอว์ที่คอยเติมเต็มโลกให้มันเป็นโลกได้เหมือนกับที่เป็นมา
การที่เราเกิดมาไม่เหมือนใคร ไม่ใช่ว่าเราผิด เพราะแค่เราไม่เหมือน
ในความต่างย่อมมีข้อดีของมัน ไม่มีความต่างไหนที่เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล
ถ้าหากมนุษย์ทุกคนบนโลกเหมือนกันและคล้ายคลึงกันไปหมด โลกคงดูจืดชืดน่าดู
ผมเขียนมือซ้าย ก็ไม่เหมือนกับอีกหลายคน
แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าผมไม่ใช่มนุษย์เหมือนคนอื่น
ตอนผมยังเด็ก แม่ตีมือผม ไม่อยากให้ผมเขียนมือซ้าย ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร
ถ้าให้คิดเอง ผมคิดว่า แม่คงไม่อยากเห็นผมต่างไปจากคนอื่น
ดีไหม ? ผมไม่รู้ แต่ผมคงไม่มีความสุขนัก ถ้าผมจะไม่ได้เขียนมือซ้ายอย่างที่ผมอยากเขียน
คนหลายคนมองความต่างเป็นเหมือนกับความแตกแยก แหกคอก
ทั้งที่ความจริงแล้ว มนุษย์เกิดมาแล้วไม่มีใครเหมือนกัน
แม้แต่พี่น้องที่ออกมาจากท้องแม่เดียวกัน
ถ้าถามผมว่าเราต่างกันมันผิดไหม ผมเชื่อว่าไม่ผิด
ถ้าเรายังไม่ได้เอาความต่างของเราไปทำร้ายความคิดคนอื่น
เรามีสิทธิ์ที่จะคิด และทำตามความคิด
ความต่างมีหน้าที่ของมันอยู่เสมอ
ถ้าไม่มีเลว เราก็ไม่มีทางรู้แน่ว่าอะไรดี
ถ้าไม่มีขวา ก็ไม่มีซ้าย
ทุกอย่างในโลกมีสองด้าน มีทั้งดีและร้าย
ไม่ว่าการมองแบบไหน มันก็ไม่ผิดที่จะมอง
ผมว่าการที่เราเกิดมาแล้วรู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร
อยากทำอะไร อยากอยู่ตรงไหน มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก
แต่การที่เรายังไม่พบก็ไม่ผิด
เพราะยังไม่พบ เราจึงต้องค้นหา และระหว่างทางการค้นหานั้นเราก็จะมีโอกาสพบเจออะไรหลายอย่าง
ไม่แน่ว่าระหว่างทางนั้นเราอาจจะได้เจอสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ ก็เป็นได้
ความสำเร็จเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจก็จริง
แต่สิ่งที่เราจะได้ก่อนจะได้รับความสำเร็จนั้น ผมเชื่อว่ามันคือ “เรื่องระหว่างทาง”
อาจารย์บอกผมเสมอว่า “ความผิดพลาด ทำให้เรารู้ว่าควรจะก้าวต่อไปทางไหน”
เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าทางไหนผิด เราก็ไม่มีทางรู้ว่าเส้นทางที่ถูกมันอยู่ที่ไหนกันแน่
ผมเชื่อว่า ทางที่เราเดินทุกเส้นมันมีค่าต่อการมีชีวิตของเราทั้งนั้น
ถึงแม้ว่าครั้งหนึ่งมันอาจจะทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวมากมายก็ตามที
“มนุษย์โตขึ้นเสมอหลังจากที่พบความเจ็บปวด”
ความจริงนี้อาจจะจริงสำหรับบางคน แต่ก็อาจจะไม่จริงเลยสำหรับบางคน
อาจารย์ยังบอกผมอีกว่า “เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด และหาสาเหตุของความผิดพลาดนั้น”
ผิดเพราะอะไร จะได้ไม่ผิดซ้ำสอง
ผิดเพราะอะไร จะได้รู้ว่าที่ถูกมันคือทางไหน
ผิดเพราะอะไร จะได้รู้ว่าทำไมเราถึงรู้สึกเจ็บปวดไปกับมัน
เมื่อก่อนผมเคยเชื่อว่า “มนุษย์เรานี้ถูกลิขิตมาให้เป็นอะไรสักอย่าง”
อาจารย์บอกผมว่าการทำการทดลองก็เหมือนกับการดำเนินชีวิต
เราไม่รู้ว่าอันไหนถูก อันไหนผิด จึงต้องลองถูก ลองผิด ลองทำ แล้วเราจะรู้
และบางครั้งเราก็ต้องอาศัยโชคนำทางบ้าง
แต่ก่อนที่จะพบโชคชะตาที่ว่านั้น เราต้องสร้างโอกาสที่จะพบมันให้มากเสียก่อน
ก่อนที่จะประสบความสำเร็จจากการทำอะไรสักอย่าง
เราจึงจำเป็นต้องทดลองทำมันหลายๆ อย่าง แล้ววันนึงเส้นทางที่ว่าจะปรากฎตรงหน้าเรา
ไม่มีใครรู้หรอกว่า เราอยากเป็นอะไร จนกว่าจะได้ลอง
ไม่มีใครรู้หรอกว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นเราชอบไหม จนกว่าจะได้สัมผัส
สุดท้ายอาจารย์บอกผมว่า
“โชคชะตาเราไม่ได้เจอกับมันง่ายๆ ถ้าเราไม่ลองพยายามทำอะไรเลย”
วันนี้ความเชื่อบางอย่างของผมเปลี่ยนไป
เพราะผมเริ่มเชื่อว่า “มนุษย์ถูกลิขิตให้เป็นอะไรสักอย่างจากการกระทำของเราเอง”
ถ้าเราอยากเป็นอะไร เราจำเป็นต้องวิ่งเข้าหามัน
ผมมาลองคิดดู มันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ ถ้าตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าอยากทำอะไร
แต่ก่อนที่จะบ่นว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นมันดีหรือไม่ดี
เราน่าจะลองทำมันดูสักหลายตั้ง แล้วโชคชะตาที่ว่านั้นอาจจะปรากฎตรงหน้าเรา
สักวันใดวันหนึ่งข้างหน้านั่นที่เราก็อาจจะไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่ามันจะเป็นวันไหน
บางทีมันอาจจะเป็นวันพรุ่งนี้ วันนี้ก็ได้ ใครจะรู้
จริงไหมครับ
เขียนดีค่ะ แปะดาว

ชอบเอนทรี่นี้ครับ
#1 By SkyKiD on 2009-07-25 03:27