ติดมือถือจริงป่าว?

posted on 03 Jul 2009 15:58 by future7

 

 

 

 

มองญี่ปุ่นในแง่ร้าย คัมแบ็ก แอ๊ก แอ๊ก ....

คิดถึงกันไหมพ่อแม่พี่น้อง?

 


เนื่องด้วยอาการนอยรับประทานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ทำให้ไม่มีเวลามองญี่ปุ่นในแง่ไหน

และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ถูกปลดปล่อย ปลดแอกจากการเป็นทาส (ว่าไปโน่น)
คือว่าเรื่องที่ต้องทำมันได้ผ่านไปแล้วหลายเรื่องในทางที่ดี(คิดเอง?)

นั่นแหละ ก็พอจะมีเวลามาไร้สาระอย่างที่เคยเป็นมา
เพราะความกดดันบางอย่างได้ถูกปลดปล่อยไปในทางที่ดีขึ้น

 


เย่ ....


ว่ากันโลด

 

 


เคยไหม? ที่คิดว่าตัวเองนั้นติดโทรศัพท์แล้ว
เอะอะๆ ก็ยกมือถือขึ้นมาดูชม ชมกันทุกสองนาที

ผมมี(อดีต)เพื่อนคนหนึ่งที่ติดมือถือเป็นชีวิตจิตใจ ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครโทรมาหามันก็ตามที
มันจะต้องยกมือถือขึ้นมาดูทุกๆ สองนาที

 

 

ด้วยความอึดอัดส่วนตัวเลยสวนกลับไปว่า
"มึงอยู่กับกู จะยกมือถือขึ้นมาดูอะไรบ่อยขนาดนั้นฟระ"

ได้ความว่า "กูดูนาฬิกา"

เอ่อม...พี่ติดนาฬิกาขนาดนี้ ไม่ซื้อนาฬิกามาใส่ล่ะ

 

 

 

ความจริงแล้วมันไม่ได้อยากดูเวลาอะไรหรอกครับ
คือแค่คิดไปเองว่า คงมีใครโทรมาหา

แล้วจะมีไหม? ถ้าเสียงมันไม่ดัง โทรศัพท์มันไม่สั่น
กูกับมึงก็นั่งกันใกล้แค่คืบตีนยังไม่ได้ยินหรือรับรู้ถึงความสั่นไหวสักริกเตอร์

 

 

นี่มันคงเป็นความคิดเห็นของผมคนเดียวแหละ
เพราะผมไม่ติดมือถือ มีไว้ก็เหมือนมีสากไว้ป้องกันตัว ไม่มีใครโทรหา และไม่โทรหาใคร
ออกแนวไม่แคร์สังคม (แต่ที่แท้แคร์เป็นบ้า ฮ่า ฮ่า)


จะว่าไป ผมเคยลืมมือถือไว้ที่บ้านแล้วออกไปโน่นมานี่อยู่หลายที
ร้อนถึงเจ้าเข้า เอ้ย เจ้าทุกข์ (ที่โทรมาหาผม แล้วผมไม่อยู่)  บ่นโวยวายเสียหลายยก
เอาน่ะ ก็ลืมไง ชีวิตนี้คงไม่มีใครอยากติดต่อข้าพเจ้าเร่งด่วนขนาดนั้นมั้ง หรือว่ามี?

 

 


นั่นมันทำให้การที่ผมเห็นใครหยิบมือถือมาดูบ่อยๆ เป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับผมมาก
อีกอย่างที่ผมรำคาญเป็นการส่วนตัวก็คือ การที่คนโทรศัพท์ในสถานที่ที่บังคับให้ต้องอยู่ด้วยกัน
อย่างเช่นในลิฟท์ รถประจำทาง รถทัวร์ตอนกลางคืน หรือแม้กระทั่งในรถไฟ

จะต้องคุยกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้นขนาดนั้นเลยหรือ
แต่ก็เอาน่ะ บางคนเขาก็มีธุรกิจที่ต้องเจรจาพูดคุยกัน ผมว่ามันไม่แปลก
ถ้าจะแปลกคงเป็นผมที่เสือกไปรำคาญมันเอง เออ.. กูผิดก็ได้วะ

 

 

 


เท่าที่ผมประสบมา ผมว่าคนไทยไม่ติดมือถือเท่าไหร่
คนญี่ปุ่นสิ เขาดูติดและมีมือถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อชีวิตเขามากกว่าเราเยอะ
ภาพเหล่านี้ผมพบเห็นมา ไม่ขอวิจารณ์อะไร เอามาเล่าให้ฟัง
(แต่ขอเขียนเป็นตัวหนังสือแล้วกันนะครับ)

 


1. บางคนก็เทพมากมือนึงจับแฮนด์จักรยาน อีกมือนึงส่งแมสเสจ บร๊ะเจ้าา

 

2. เท่านั้นไม่พอ บางคนก็คุยแม่งเลย มือนึงจับแฮนด์อีกมือนึงคุยโทรศัพท์

 

3. ถ้าคิดว่าสองข้อเทพแล้ว ข้อสามนี่เทพกว่า คือจับแฮนด์สองมือ ปั่นไป
แล้วใช้คอหนีบมือถือไปคุยโทรศัพท์ไป โอ้วววว โน้วววววววว

 

4. ถ้าคิดว่าสามข้อด้านบนนั้นคืออาการติดมือถือแล้ว ขอบอกว่าไม่จริง
เพราะมีบางคนขณะกำลังกินข้าว ก็วางมือถือเปิดไว้ดูตลอดเวลา
พี่กลัวตกข่าวสารขนาดนั้นหรือ? 

 

5. ถ้าคิดว่าหนึ่งถึงสี่ถือว่าติดแล้วคงไม่ใช่ มีบางคนดูมือถือตลอดการเดินทาง
ไม่ว่าจะต้องเปลี่ยนรถ ลงเรือ เดินต่ออีกสิบกิโล ตาไม่มองทาง แต่จ้องที่มือถือ
โอ้วววววววววว ...

 

6. ถ้าคิดว่าห้าข้อด้านบนนั้นคืออาการติดมือถือแล้ว ขอบอกว่าไม่
เพราะข้อสุดท้าย แม้แต่ตอนเข้าห้องน้ำไปเยี่ยว (ห้องน้ำชาย) มันยังเปิดมือถือดูไปเยี่ยวไป

โอ้ววววว โน้ววววววววววว ....

มือถือคงเปรอะเปื้อนยูเรียกันน่าดูชม

 

ล่าสุด มีบางคนดูมือถือไป ขี้ไป โอ้ววววววววว


ขอบคุณที่ติดตามครับ

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เกือบติดละล่ะค่ะอีกนิดเดียว 5555
อีกนิดนึง มือไวไปนิด
คิดถึงพี่พงจังเลยค่ะ ^^
ไม่อยากนึกภาพขี่จักรยานไปใช้มือถือไป

สุดยอดมากๆเลยแฮะ open-mounthed smile open-mounthed smile

#3 By Prae on 2009-07-03 16:07

ไอ้ข้อสุดท้ายนี่ทำไปได้นะsad smile

ปล เฮพี่พงกลับมาแล้ว confused smile
อืม หายไปนานจริง

ส่วนตัวไม่ติดมือถือ ไม่เปิดเครื่องมา 3 วันแล้ว~~~

#5 By i'mDOZENIST on 2009-07-03 16:11

เกือบๆจะเป็นข้อ5อ่ะค่ะ แหะๆ

ติดเล่นเนทเวลาเดินทาง มันฆ่าเวลาดี

#6 By kiyono on 2009-07-03 16:12

okaeri นะคะ
แหะๆ รู้สึกอยากพูดคำนี้อ่ะ sad smile

#7 By ::Aozora:: on 2009-07-03 16:22

ผมไม่ติดนะมือถือ มีมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนไม่มี หึหึ sad smile

#8 By Nai Cookies on 2009-07-03 16:23

ไม่ติดแบบคุยนะ แต่ติดไว้ฟังเพลง
ชอบส่งแมสเสจมากกว่าโทรหาอะ

sad smile

#9 By ★ K T I G on 2009-07-03 16:26

ขี่จักรยานโทรคงไม่เท่าไหร่ คงเหมือนขับรถไปโทรไป
..แต่ส่ง เมจเสจ.นี้ น่าจะเทพกว่านะค่ะ ส่งที่ไหร่หาตัวหนังสือไม่เคยเจอซักที่ 555..

.ปล.ติดบล็อก คุณพงคุง มากกว่ามือถือค่ะ cry cry

#10 By TINKTING on 2009-07-03 16:31

#10

อักษรญี่ปุ่นหาง่ายกว่าอักษรไทยเยอะครับ(ในมือถือ)

ปล.ขอบคุณที่ติดบล็อกนี้นะครับ แฮ่ surprised smile

#11 By พงคุง on 2009-07-03 16:37

เอ่อ ทุกวันนี้ก็นำมือถือเข้าห้องน้ำ ไปเช็คเมล อ่านทวีต ฯลฯ ทุกเช้า สงสัยจะเข้าขั้นแล้วมั๊งครับ

#12 By mahaoath on 2009-07-03 16:47

อาการหนักนะ่ข้อสุดท้าย sad smile

#13 By bakabo (~^) on 2009-07-03 16:48

sad smile

#14 By aleceae on 2009-07-03 17:00

ข้อสุดท้ายนี่...ทำไปได้ sad smile

ในที่สุดพี่พงคุงก็กลับมา confused smile

#15 By SkyKiD on 2009-07-03 17:58

ใช่ๆ ! เราเป็นล่ะๆ !

อื้อๆ เอาไว้ดูนาฬิกาจริงๆนะ !

#16 By DAROCK69 on 2009-07-03 18:01

กระจอก

ผมเคยปั่นจักรยานปล่อยมือแล้วก็คุยมือถือด้วย
โอ้ว........................wink wink wink wink wink wink wink wink

#17 By อากุง on 2009-07-03 19:01

มันเป็นปัจจัยที่ 5 ที่ 6 ไปแล้วมั้ง 55

การเข้าห้องน้ำไปกดมือถือไปมันช่างงง ..
เมพขิงๆ open-mounthed smile

#18 By natsu-miyu on 2009-07-03 19:07

เย้เย้ๆพี่พง come back คิดถึงๆ
มีการบอกอัพเดต blog ทางtwitter ด้วย555+question

ผมก็ติดมือถือน่ะ แต่ไว้ฟังวิทยุอย่างเดียวแถบจะไม่ยกมาดูเท่าไร ใช้แฮรฟรีคุยตลอด

ข้อสุดท้ายพี่ไปรู้ได้ไงว่าเขาเปิดดูconfused smile
อยากมีเบอร์ญี่ปุ่นมั้ง อยากสมัครmixi

#19 By llldestinylll (125.25.45.28) on 2009-07-03 19:15

ไอ้ใช้คอหนีบเนี่ย...ปกติออก

มือไม่มีก็หนีบเอา

(แต่ปกติไม่ค่อยใช้จักรยาน + ไม่มีคนโทรหา ไม่รู้จะโทรหาใคร)

ไม่ติดโทรศัพท์แต่ติดเน็ตค่ะ

ป.ล. กลับมาแล้วหรอคะ~ >w<

#20 By [UdE - - MiwA]~!! on 2009-07-03 19:18

ได้ดูข่าวช่อง NHK เค้าพูดถึงคลาสสอนเรียนการยิ้มให้นักเรียนม.ต้น
-*-
นั่นก็เพราะเด็กสมัยนี้คุยกันผ่านโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะคุยกัน เมซเซจ หรือเมล์กันก็ตามที ทำให้ขาดทักษะในการสื่อสารต่อหน้า
พอมาอ่านของคุณพงแล้วมัน โอ้ว ม่าย จริงๆเลยค่ะ

#21 By l3lUeClOuD on 2009-07-03 19:33

นิสัยผมเหมือนพี่พงอ่ะมีมือถือไว้เยี่ยงสาก ไม่โทรออกเลยsad smile

#22 By พี ~ 13 on 2009-07-03 19:43

เกาหลีหนักกว่าครับopen-mounthed smile open-mounthed smile
ขี่จักรยาน เอามือสองมือส่ง sms
แล้วใช้แขนค้ำแฮนจักรยานไว้sad smile http://sage0-0nu.exteen.com/20090227/entry<--แบบนี้อะคับsad smile

#23 By sage_nu on 2009-07-03 19:43

อ๊ะ ย้อนกลับไปดู..
พงคุงเคยอ่านแล้วนี่นาเอนทรี่นี้(เพิ่งเห็นคอมเม้น)
ขออภัยsad smile sad smile

ปล.แต่ไอดูมือถือไปเยี่ยวไปเนี่ย
สุดๆไปเลยsad smile sad smile

#24 By sage_nu on 2009-07-03 19:44

โอไกริ

ปกติไม่ค่อยติดมือถืออ่ะคับ แต่เวลาใช้ทีนึงก็ยาววววเลยsad smile

#25 By ~Rii-KuN~ on 2009-07-03 19:46

ฮ่าๆ เอาไปเลยพี่ ดาวHot! Hot! Hot!

น่ากลัวจริงๆ อาการติดมือถือ - -

เริ่มจะเข้าเค้านิดนึงและเรา sad smile

#26 By myjevil on 2009-07-03 20:12

สงสัยเขาจะจับเวลาในการทำธุระ open-mounthed smile

#27 By นักรบ on 2009-07-03 20:15

ติดบางแบบอันตราย...
บางทีได้ยินเสียงเครื่องคล้ายๆ กันเลยแอบสะดุ้งsad smile

#28 By wesong on 2009-07-03 20:47

เกือบติดขอรับ เพราะว่า ผมไม่ค่อยใส่นาฬิกาอะ

#29 By ppao on 2009-07-03 22:59

แกกกกกก

ฉันเกลียดพวกที่ไปเที่ยวด้วยกัน แต่ต่างฝ่ายต่างส่งเมลล์ จ้องมือถือวะ


หรือว่าพวกนั้นมันเมลล์คุยกันอยู่ แต่ไม่กล้าพูดกันเอง


ปล พฤติกรรมที่ว่า มันเริ่มลามมาที่ไทยด้วยวะ

#30 By tapum on 2009-07-03 23:41

อยากบอกว่าข้อสุดท้าย (ที่ถัดจากข้อ 6) ผมทำนะ

ดูมือถือไปตอนนั่งภาวนา มันสะดวกกว่าอ่านหนังสือ/หนังสือพิมพ์เยอะเลยครับ เพราะใช้มือเดียวก็ทำได้แล้ว confused smile

#31 By Dawnbringerz on 2009-07-03 23:42

เกือบลืม

お帰りなさい นะครับ

#32 By Dawnbringerz on 2009-07-03 23:44

ดูนาฬิกาถี่จนเหมือนจะเป็นโรคระแวง(คนจะโทรมาเมื่อไหร่)มากกว่าแฮะ sad smile

แค่ขี้จักรยานไปส่งเมจเสจไปก็เทพสุดๆแล้ว wink

#33 By [zowie] on 2009-07-04 02:03

สำหรับคนขี้เกียจมี bluebooth sad smile

#34 By cartoonst on 2009-07-04 09:27

ไม่ได้ติดเพราะใช้ nokia รุ่นแรก
แต่ถ้าบ้านเราใช้ 3G แบบที่ญี่ปุ่นนี่ สงสัย Lifestyle คงเปลี่ยน open-mounthed smile
บร๊ะเจ้า ติดกันขนาดหนักwink
เคยทำแค่ข้อ2กะ3อ่ะ confused smile
เราก็เป็นนะ หยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อยๆ
ดูเวลา
เพราะไม่ใส่นาฬิกา(ประหยัดค่า accessory ไปได้หนึ่งชิ้น)

#37 By another-me on 2009-07-04 12:37

หนูก็มักจะเอาขึ้นมาดูนาฬิกานะคะ มีนาฬิกาในมือถือแล้วเลยไม่อยากเสียตังค์ซื้อนาฬิกามาใส่อีก(อินี่มันงก)

ขี่จักรยานไปพิมพ์แมสเสจไปนี่สุดยอดมากO_o!
ขำมือถือเปื้อนยูเรีย...555confused smile

ปล.พี่พงคุงรู้ได้ไงว่ามีคนขี้ไปดูมือถือไปอ้ะ ไปแอบดูเขาเหยอ(โดนต่อย)

#38 By canta+! on 2009-07-04 14:03

เข้าห้องส้วมผมเล่นมือถือบ้างครับ ทดแทนการเอาหนังสือไปอ่านsad smile sad smile

#39 By 「Mystery☆」 on 2009-07-04 14:42

sad smile
เราไม่ติดเลยนะเนี่ย เจอพี่ยุ่นเข้าไป

ป.ล. โดดกอดด้วยความคิดถึง
แล้วก็โดนเตะออกมา

#40 By namnampai on 2009-07-04 14:50

คนญี่ปุ่นติดมือถือจริงๆ

เห็นเล่นโน่นเล่นนี่ทุกคนเลยอ่ะ

จึ้ก!!! ...โดนผมเต็มๆเลย...
โดยเฉพาะข้อ 4-6
อย่าได้ถามเชียวว่าผมคอมเม้นท์ให้คุณตอนที่ผมกำลังทำอะไร เหอๆ =-="

#42 By MaNETsu™ on 2009-07-04 17:18

ผมเองคิดว่าตัวเองไม่ได้ติดมือถือแบบคนญีี่ปุ่น แต่ก็ผูกพันธ์กับมันในแบบที่ผมเป็น นั่นก็คือ "ติด" ในความรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจเวลามีมันพกอยู่ข้างตัวครับ

เวลาไปไหนแล้วมีปัญหา...ไม่ว่าจะเป็นหาสถานที่ไม่เจอ อยากขอความเห็นในการเลือกซื้อของ หรือแม้กระทั่งมีปัญหาเฉพาะหน้าเกิดขึ้นในการทำงาน...ก็ยกหูกริ๊งกร๊างไปหาเพื่อนหรือใครสักคนที่เราคิดว่าเขาคนนั้นน่าจะมีข้อมูลของเรื่องนั้น ไม่นานนักเราก็ได้คำตอบ

หรือการที่ต้องอยู่คนเดียวเหงา ๆ ก็สามารถโทรไปบ่น โทรไปพูดคุยกับคนรู้ใจที่เรา "เมม" ไว้ในลิสต์อยู่มากมายได้ง่าย ๆ

ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยากขอบคุณนายนาธาน บี สตับเบิลฟิลด์ผู้ริเริ่มความคิดสร้างโทรศัพท์มือถือขึ้นมาในปี 1908 จนทำให้เกิดการพัฒนาของโทรศัพท์มือถืออย่างไม่หยุดยั้งในโลกปัจจุบัน

จากเครื่องใหญ่เท่าบ้าน เหลือเครื่องเล็กกะทัดรัดที่บรรจุอะไรไว้ข้างในมากมาย จนแทบจะย่นย่อโลกทั้งโลกเอาไว้ในมือ

สำหรับผมแล้ว ถ้าไม่นับเสื้อผ้าที่ช่วยปกปิดความอุจาดตาแล้ว มือถือคือสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการออกไปข้างนอกเลยล่ะครับ

#43 By Highwind on 2009-07-04 19:14

55555555555555555


ผมเองก็คงเป็นล่ะมั้ง

เเต่ยอมรับนะว่าดูมือถือเพราะจะดูนาฬิกา

ตอนนี้มีนาฬิกาเเละ ขี้เกียจพกมือถือ -_- big smile

#44 By DividedS_Stardust on 2009-07-04 19:52

sad smile ตอนเข้าห้องน้ำมันยังจะดูอีกนะ

#45 By หมูทอดซามะ on 2009-07-04 21:02

เราไม่ติด ไม่พกมันเลย พอจะโทรค่อยหา
ลืมบ่อย ๆ ไม่รู้เอาไปไว้ไหน confused smile

#46 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-07-04 21:06

555555555555555
ตัดจบดื้อๆ

ซื้อๆๆๆๆ Hot!

#47 By iDoi* on 2009-07-05 03:42

big smile ขำอีกแล้ว ฮ่าๆๆๆ

#48 By BT on 2009-07-05 23:32