夢
posted on 30 Jun 2009 23:24 by future7
สวัสดีครับ ....
1.
สงครามยังไม่จบ และผมยังไม่ได้นับศพทหารนะครับ
ยังอยู่ในช่วงภาวะวุ่นวายชีวิตอยู่ครับ
ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของกิจกาม เอ้ย กิจกรรมจูนลาย เอ้ย จูนไร้ท์
ก็ขอมาเขียนทิ้งท้ายอะไรไว้ให้เป็นเกียรติแก่ตัวเองสักนิดครับ
เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา "มรสุมการเรียน" สุมหัวหนัก
ทำให้ผมมีเวลาเขียนน้อยลง และอ่านน้อยลง
มาคราวนี้ที่ผมจะไม่เขียนบล็อกบ่อยๆ เพราะผมอยากอ่านมากขึ้น
เนื่องจากเมื่อก่อนผมอ่านบล็อกวันละสามสี่บล็อกก็เหนื่อยหอบแล้ว
บางทีการอ่านมากขึ้น คงทำให้ผมอยากเขียนมากขึ้น
และผมคงได้เอาความอยากเขียนไปเขียนอะไรให้มันเป็นจริงเป็นจังเสียที
ช่วงนี้ผมยังอยู่กับโค้งกลางๆ ใกล้สุดท้ายของชีวิตการเรียนป.โทที่ญี่ปุ่น
มันไม่ง่ายสำหรับผม แต่อาจจะง่ายสำหรับคนอื่นก็ได้
ผมก็จะลองพยายามทำให้สำเร็จตามที่ตัวเองได้ตั้งใจเอาไว้
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พลังหลายเฮือกคงผุดขึ้นมาช่วยเหลือผมให้ผ่านกับบททดสอบนี้ไปได้
นอกจากนี้ ผมรู้สึกว่าผมเขียนมาก ทำให้ผมฟังคนอื่นพูดน้อยลง
อาจจะด้วยนิสัยส่วนตัวที่ทำอะไรพร้อมกันไม่ได้
ตอนนี้ผมเลยขอเปลี่ยนเป็นผู้ฟัง(อ่าน)ที่ดีบ้าง
จากที่ผมไม่ค่อยได้ไปอ่านบล็อกใครเลย ถึงแม้ว่าทุกท่านจะให้ความกรุณาติดตามบล็อกผม
นอกจากนี้ได้โปรดให้อภัยผม ถ้าผมไปแล้วจะไม่ได้คอมเม้นท์อะไรไว้
เพราะเรื่องบางเรื่องมันก็ยากแก่การคอมเม้นท์จริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นนักร้องเกาหลี ญี่ปุ่น การ์ตูน หรือความชอบส่วนตัวอะไรก็ตาม
ผมจะออกแนวอึ้งๆ บ้านนอกคอกนาอยู่สักหน่อย ก็ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ครับ
ผมต้องขออภัยอีกหลายอย่างที่ต่อจากนี้
ผมอาจจะไม่ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่นบ่อยๆ แล้วครับ
มีสาเหตุบางอย่างที่ผมยังไม่สามารถบอกได้ในเวลานึัครับ
2.
ผมไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ผมกำลังวิ่งเพื่ออะไรอยู่
สิ่งที่ผมรู้อย่างเดียวในตอนนี้
"การวิ่ง" ทำให้ผมรู้สึกว่าผมยังหายใจ ผมยังมีชีวิต
มันก็เหมือนกับสิ่งที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ ผมไม่รู้หรอกว่ามันคือความฝันของผมจริงๆ ไหม
ผมอยากทำมันจริงหรือเปล่า ? ผมไม่รู้
สิ่งที่ผมรู้
การที่ผมได้ลงมือทำอะไร มีเป้าหมายให้ผมเดินไป
มันทำให้ผมรู้สึกว่า ผมยังมีชีวิต ผมยังหายใจอยู่ และผมยังมีประโยชน์ต่อโลกอยู่
ผมไม่รู้ว่า "ความฝัน" มันมีอิทธิพลต่อชีวิตคนอื่นมากไหม?
แต่สำหรับผม มันมีอิทธิพลต่อการมีชีวิตอยู่ของผมมาก
และผมยังไม่อยากเป็นมนุษย์ที่ตายแล้วโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย
นอกจากนั้น ผมไม่ชอบให้ใครมาดูถูกความฝันผม
มันอาจจะดูไร้สาระในสายตาคนอื่น
แต่สำหรับผม มันมีค่าเสมอ มีค่าในใจผม ไม่ว่าความฝันมันจะเล็กในสายตาคนอื่นก็ตาม
มันยิ่งใหญ่ในใจผมเสมอ ...
มีคนบอกว่า "ความลำบาก" ทำให้มนุษย์โตขึ้น
ผมไม่รู้ว่าความลำบากของคนอื่นหน้าตาเป็นยังไง
แต่สำหรับผม ความลำบากอาจจะไม่มาก แต่นั่นก็เป็นหน้าตาของมันที่ผมมองเห็น
ผมไม่รู้ว่าผมโตขึ้นไหม ?
สิ่งที่ผมรู้ ความลำบากทำให้ผมรู้จักคุณค่าของการมีอยู่ของเวลา
3.
ถึงผมจะไม่ชอบสังคมญี่ปุ่นที่เป็นแบบนี้
แต่ผมว่ามันมีข้อดีของมัน เพราะมันเป็นแบบนี้ เราก็ต้องตามมันไปแบบนี้
ถ้าเรายังผ่านมันไปไม่ได้ เราไม่มีสิทธิ์บ่น
และถ้าจะบ่นก็ทำมันให้เสร็จเสียก่อน
การมาอยู่ในสังคมในแบบที่ตัวเองไม่ชอบ
มันทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมชอบคืออะไร นี่ไงใครว่าสิ่งที่เราไม่ชอบมันไม่ดี
ผมว่ามันมีข้อดีของมันอยู่นะ
ความจริงแล้วผมไม่ได้เกลียดญี่ปุ่น
ออกจะรักจะชอบมากเป็นการส่วนตัว และผมชอบที่มันเป็นแบบนี้
เพราะถ้าไม่เป็นแบบนี้ ผมก็คงไม่ได้มาอยู่ที่นี่
4.
เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า "ชีวิตเราลิขิตเอง"
ทุกเส้นทางที่ผมเดินผ่านมา ผมเลือกมันทั้งหมด
ทั้งที่บางครั้งผมอาจจะโบ้ยให้คนอื่นรับกรรมไปบ้าง
แต่สุดท้ายผมเลือกมัน
ถึงแม้บางครั้งผมจะเลือกเพราะคนอื่นบ้าง เลือกเพราะตัวเองบ้าง
วันนี้ผมมาไกลไหม ผมไม่รู้
แต่ที่สำคัญผมมาตามสิ่งที่ผมฝันและใกล้จะถึงมันแล้ว
ผมไม่ได้รอคอยให้มันจบลง
เพราะเมื่อไหร่ที่จบลง ก็คงถึงเวลาที่ผมต้องค้นหาฝันใหม่ๆ
แล้วเดินตามมันต่อไป
เพราะ "ความฝัน" มันมีค่าต่อการมีชีวิตอยู่ของผม
สุดท้าย
การทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดี
แค่เราไม่ชอบมันมันเลยไม่ดี
แล้วถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองมันบ้าง
บางทีสิ่งที่เราไม่ชอบ ก็ไม่ได้เลวร้ายต่อชีวิตเราเสมอไป
ผมเชื่อแบบนั้นนะ
ขอบคุณครับ

มาสเตอร์แชมป์
ตกใจหมดเลย...
#1 By ppao on 2009-07-01 00:08