ร้อยเรื่องเชื่อสิ
posted on 08 Jun 2009 15:19 by future7
ไม่มีใครแถกอะไรมา แต่อยากเขียนอะไรก็ได้เกี่ยวกับตัวเอง 100 ข้อ
คล้ายๆ ว่าจะมาทวิตกันในบล็อกละกันนะ ฮา
จูน 14, 100 เรื่องตัวฉัน
เริ่มเลยละกัน
1. เหนื่อยชีวิต
2. ตูมาอยู่ญี่ปุ่นล่วงเข้าสู่ปีที่สี่แล้วหรือ ? เหมือนกับว่าจะอยู่ไม่ทน
แต่ดันอยู่นานกว่าเพื่อนที่เขาตั้งใจมาอยู่ที่นี่เสียอีก - -
3. เปลี่ยนบ้านมาสามรอบแล้ว สนุกชีวิต
4. เรากำลังจะกลายเป็นพลเมืองยุ่นหรือนี่?
5. เมื่อก่อนพูดไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้เรื่อง แต่ก็ดีที่ยังพอฟังออกล่ะวะ
6. ทำยังไงถึงจะสอบผ่านภาษาญี่ปุ่นระดับ 1 ฟระ แล้วทำไมต้องออกข้อสอบยากๆ
(ยังไม่เคยสอบระดับ 1 อยากจะลองดูธันวาคมนี้)
7. อยากไปเรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศอังกฤษ
8. ถ้าสมมติว่าเลิกทำงาน แล้วตูจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเทอมวะ?
9. เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ไผว่าสนุกวะ จริงอยู่ว่าได้ประสบการณ์
แต่ก็ต้องแลกด้วยอะไรหลายอย่าง
10. อยากให้มีคนส่งเรียนทำยังไงดี แต่คงไม่มีแล้วเพราะแก่เกินเรียน!
11. เฮ้อ แล้วตูจะเรียนจบไหม? ทำไมงานวิจัยดูเลือนลางแบบนี้
12. อาจารย์นี่อาร์ตกว่าเด็กญี่ปุ่นในแลปเสียอีก อารมณ์ยากจะเข้าใจ
13. อากาศที่ญี่ปุ่นเริ่มร้อนรุ่ม ร้อนเร่าจริงๆ แล้วหรือนี่
14. ตื่นตีห้ามาสามวันติด น่าจะเป็นเรื่องดี แต่ไปทำงานแล้วมาเรียนหนังสือต่อ แอบเหนื่อย
15. มีแต่คนบอกว่าข้าพเจ้าโชคดี อ่า ... มันก็ดีดี ร้ายๆ นั่นแหละ
16. ปลูกโคมัสสึนะ (เป็นญาติกับกวางตุ้ง) มาสิบรอบแล้วยังไม่จบโทเลย
ไหนใครบอกเรียนโทง่าย?
17. มีแต่คนคิดว่าเกียวไดเข้าง่าย จริงหรือ?
18. ว่ากันว่าเรียนโทที่ญี่ปุ่นได้โปรเฟสเซอร์ดีเป็นศรีแก่ตัว ท่าจะจริง
19. ทำไมไม่มีเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นเหมือนคนอื่นเขา
20. ทำไมไปเที่ยวไม่ได้ แม่ชอบบอกว่าไม่ตั้งใจเรียน?
21. เงินน่ะมีก็ควรเก็บ แต่เก็บไปแล้วตายก่อนก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี
22. การเป็นหนี้ ทำให้รู้ว่าเรามีเครดิต แสดงว่าพ่อเราก็เครดิตดีทีเดียว
23. มีทุนอะไรไหมที่เขาจะให้ฟรีๆ ในโลก โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนหรือหวังผล (ไม่มีหรอก)
24. มีคนที่เรียนเกียวได มาแอบตามติดชีวิตข้าพเจ้าด้วยหรือ?
25. ทำไมคนเกลียดกันต้องมาอ่านบล็อกล่ะ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่าน!
26. คนญี่ปุ่นชอบเอ๋อๆ เวลาที่เราบอกว่าเป็นคนไทย อ้าว แล้วไง หน้ากูไม่ให้หรือ?
27. ป้าที่ซุปเปอร์ถามถึงนายกอภิสิทธิ์ด้วย บอกว่าหนุ่ม
28. ทำไมคนที่อยู่ด้วยกันมักไม่เกรงใจกัน ทำเราเป็นหัวหลัก หัวตอ โอ๊ะ โอ ..
29. อยากได้อะไรก็ให้เขาก่อน นี่ให้จนหมดตัวและหัวใจละ ฮา
30. เขาว่าคนญี่ปุ่นเข้าใจยาก ก็ไม่ต้องไปเข้าใจ
31. ถ้าหากวันหนึ่งเราอยากเลิก ก็ต้องบอกตัวเองว่า "ทำต่อเถอะ"
32. มีหลายคนคิดว่าเราเกลียดคนญี่ปุ่น เห่อๆ ก็ไม่ได้เกลียดนะ
33. จริงหรือที่พอสมหวังแล้ว เราไม่ต้องหวังอีก ไม่จริงหรอก ก็หวังอย่างอื่นต่อไปแหละ
34. ทำอย่างไรให้มีคนมาชอบมันยาก คิดเสียว่าทำอย่างไรจะอยู่อย่างมีความสุขง่ายกว่า
35. คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่บางทีเราก็รู้สึกว่าไม่เท่าสักเท่าไหร่
36. ถ้าหากอยากลืมใครสักคน เขาว่าให้พยายามจำ เพราะยิ่งพยายามจำ จะยิ่งลืมเร็ว ฮา
37. วันไหนที่เรารู้สึกเหนื่อย เขาบอกว่านั่งหายใจทิ้งเฉยๆ ก็ดีเหมือนกัน
38. อยากกลับไปเรียนป.ตรีที่ญี่ปุ่นใหม่ แหม..มันสายไปแล้วไอ้น้อง!!
39. สักวันหนึ่งเราจะเก่งภาษาญี่ปุ่นได้ใช่ไหม?
40. ตอนนี้ไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นแล้ว ก็หากินแถๆ เรียนกับคนในแลปนี่แหละ ง่ายดี ไม่เปลือง
41. จูนไร้ท์ นี่ไม่ใช่เราเขียนใช่ไหม? เพราะจูนเขียน ฮา ฮา (มุขควายจริงๆ เลยกู)
42. เมื่อกี้ไปคุมซอยมา เอ้ย คุมแลปมา สนุกสนานกันทีเดียว
43. แถบบ้านเรามีศูนย์วิจัยอะไรบ้าง เดี๋ยวกลับไปสมัครเลย ฮา
44. เขาว่าคนญี่ปุ่นมากมารยาท แต่เวลาอาจารย์ด่าตูไม่เห็นมารยาทมากเลย เห็นด่าตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
45. แบบว่าซาดิสต์ชอบคนด่าตรงๆ นี่ล่ะเว้ย ไม่งั้นก็อยู่มาได้ถึงขนาดนี้ ฮา
46. เกิดเป็นเด็กญี่ปุ่นก็โชคดีเหมือนกัน ดูเหมือนกับว่ามีอุปกรณ์ในการทำแลปครบ
ส่วนข้าพเจ้า ทำแต่แลปแห้งๆ
47. อยากได้เครื่องกลั่นตัวอย่างไปไว้ที่หอสักตัว เจ้ยยย
48. ที่ญี่ปุ่นอาจารย์สอนให้ใช้ปากดูดปิเปต โอ้ววว... นี่หรือประเทศเจริญซึ่งเทคโนโลยี
คล้ายกับว่าสูงสุดสู่สามัญ ฮา
49. จะว่าไปแล้วแสดงว่าเราก็ฉลาดขึ้นมาบ้าง เพราะเริ่มฟังเลคเชอร์รู้เรื่อง
50. มนุษย์ก็ต้องมีการปรับตัว ไม่ปรับตัวก็คือสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว!!!
51. มีคนญี่ปุ่นบอกว่าหน้าเหมือนคนญี่ปุ่น ตูควรดีใจใช่ไหม?
52. เรียนป.โทที่ญี่ปุ่นก็บ้าทำแลปไปทั้งวี่ทั้งวัน อาทิตย์นึงมีเรียนวันเดียว แหม...สบายหรือ?
53. เวลายุ่งมากๆ แล้วจู่ๆ ว่าง จะรู้สึกว่าชีวิตมันเคว้งคว้างไร้แก่นสารมากมาย
54. อย่างเช่นวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็นอนกินประเทศญี่ปุ่น ไร้สาระจริงตู
55. ฮา ฮา ฮา หุหุ
56. วันนี้มีเรียนเลคเชอร์ของโปรเฟสเซอร์ โอ้วว ตื่นเต้นๆ
57. รู้สึกว่าวันไหนไปทำงานพิเศษแล้วกลับมาเรียนเหมือนเวลามันมาก คือทำอะไรได้มาก
มิน่าเขาว่าคนตื่นเช้าได้กำไร คงจะจริง
58. พักครึ่ง ก็มาเขียนบ่นตามประสาคนขี้บ่น
59. มีคนบอกว่าเราบ่นสนุก นี่ถือว่าเป็นคำชม?
60. เท่านั้นไม่พอ มีคนบอกว่าเราสอนภาษาญี่ปุ่นก็สนุก จริงหรือ?
61. คิดถึงน้องน้ำเย็นที่ลาดกระบัง ตอนไปวิ่งแก้บนเจอกันทุกเย็น!!!
62. เราแก่มากขนาดนี้แล้วหรือนี่ ทำไมอะไรก็ดูเปลี่ยนไปหมดแล้ว
63. ตูเป็นตัวซวยใช่ไหม มาอยู่ญี่ปุ่นจะสี่ปีเปลี่ยนนายกมาแล้ว 3 คน
64. อยากไปเที่ยวโว้ยย แต่เงินไม่มีก็ทำตัวจนๆ ไปแทนละกัน ฮา
65. สมัครชิงทุนดีไหม? (ไม่ดี อย่าหาทางทรมานตัวเองต่อเลยเพื่อน)
66. เขาว่ารูท 66 นี่สาวตรึม จริงไหม?
67. จะว่าไปแล้ว น้องเต้ยกับน้องปอยนี่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน?
68. เวลาไปอ่านข่าวบันเทิงในผู้จัดการออนไลน์พบว่าคอมเม้นท์ที่ทะเลาะกัน
อ่านมันส์กว่าเนื้อเรื่องด้านบน ฮา
69. ว่ากันมาอีกว่า แขนของเราไม่ได้มีไว้เพื่อกอดตัวเอง โอ้ววว
70. หมอกฤษณ์เขาจะคอนเฟิร์มญาติพี่น้องตัวเองไหม?
71. น้องในแลปถามว่า นอกจากข่าวการเมืองแล้ว ประเทศไทยตอนนี้มีข่าวอะไรดัง
เราตอบไปว่า "แพนด้า"
ไอ้น้องอึ้ง "แพนด้าเนี่ยนะ"
เราตอบกลับไปว่า "เพราะคนไทยชอบแพนด้าไง"
ไอ้น้องคนเดิม "....." (กระผมแอบคิดในใจ ตลกร้ายนะมึง)
72. ไอ้น้องคนเดิมถามต่อว่าหนังสือพิมพ์หัวดังๆ ของไทยมีกี่หัว
เราตอบไปว่าห้าหกหัว ไอ้น้องตอบกลับมา "เยอะขนาดนั้นเลยหรอ"
(ว่าแต่เมิงเห็นประเทศตูเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนขนาดนั้นเลย?)
73. เมื่อวานก่อนไปเจอป้าที่ซุปเปอร์มา ป้าถามว่าชื่อเธอเขียนด้วยคะตะคะนะ
ไม่ใช่คนญี่ปุ่นใช่ไหม? (เออ..จนปัญญาจะตอบเลยกรู)
74. ป้าถามอีกว่าเธอเป็นคนที่ไหน เราตอบไปว่า "เป็นคนทุกที่" (ไม่ใช่ล่ะ)
ตอบป้าไปว่าเป็นคนไทย ป้าถึงกับอึ้ง บอกว่า "ฉันเคยไปบางกอกมาแล้ว"
75. นอกจากนี้ ป้ายังบอกว่าสามีป้าชอบประเทศไทยมาก
76. เรามักจะปลงๆ กับพฤติกรรมสุดโต่งของคนญี่ปุ่น ว่าแต่มีพวกคนกลางๆ อยู่บ้างไหม?
77. เราพบว่าส่วนใหญ่มีแต่คนที่ไม่รู้จักเลย กับรู้จักดีมาก แต่เราก็ยิ้มกลับไปด้วย "ยิ้มสยาม"
78. แบบนี้เขาเรียกว่า "ตอแหล" ไหมนะ?
79. วันถัดมาป้ากลับมาเจอเราอีกครั้ง พร้อมกับพูดว่า "สวัสดีค๊าบบ"
80. อึ้งเลยกู ไปทำการบ้านมาล่ะสิท่า
81. เราบอกว่าผู้ ญ น่าจะพูด "สวัสดีค่ะ" มากกว่า เราก็เลยสอนป้าไปด้วยสำเนียงปุ๋ย พรทิพย์
ว่าแต่ป้าจะพูดชัดไหมล่ะเนี่ย ฮา
82.ป้าพูดได้ชัดทีเดียว สงสัยสามีจะสอนมาดี เราก็ยินดีด้วย
83. วันนี้หมดหน้าที่ทีเอแล้ว แหม..ไว้ปีหน้าฟ้าใหม่ (ว่าแต่จะมีโอกาสไหมล่ะเนี่ย)
84. ถ้าเราเขียนชื่อปุ๋ยผิดก็ให้อภัยเราด้วย พอดีไม่ค่อยถนัดเรื่องชื่อ (อ้าว มึงแก้ตัวนี่)
85. มีคนชอบถามเราว่ามาเรียนญี่ปุ่นได้ยังไง เราก็ตอบไปเท่าที่ตอบได้ หวังว่าคงไม่โกรธกันนะ
86. แล้วมีคนถามเราด้วยว่าจะขอทุนยังไงดี อันนี้เราก็จนปัญญาตอบ
87. มีหลายคนคิดว่าเราได้ทุนมงบุโช แต่เราไม่ได้ไง ก็อยากจะได้อยู่ - -
88. ร้อยละเก้าสิบเก้าของมนุษย์เกียวได ได้รับทุนมาเรียนทั้งนั้น ยกเว้นกรู
89. ถึงจะเป็นชนกลุ่มน้อย แต่ก็ไม่น้อยใจนะ
90. ใครว่ามาเรียนเองไม่ได้ ก็นี่ไงนั่งกุมขมับเรียนอยู่ ฮา
91. สงสัยว่าจะเขียนถึงวันที่ 30 ได้ไหมล่ะเนี่ย แถไปแถมา คุณภาพไม่มีแล้วกู
92. เคยคิดไหมว่าคนอ่านเขาอยากอ่านอะไร มึงถามเขาบ้างสิโว้ย
93. คนอ่านครับ อยากอ่านอะไรครับ?
94. ยกเว้นอยู่สองสามเรื่องที่ผมจะไม่เขียนถึงแน่นอน อันได้แก่ เรื่อง ...และ เรื่อง ..
และ เรื่อง... (ว่าแต่เรื่องอะไรฟระ)
95. สิ่งที่ยากที่สุดกว่าการพยายาม คือ การพยายามทำมันต่อไป
96.เมื่อก่อนเราเชื่อว่าทุกอย่างเราไม่ได้ลิขิต แต่ตอนนี้เราเชื่อว่าเกือบทุกอย่างเราลิขิตเอง
ท้าฟ้าลิขิต ว่าแต่ตูจะเป็นเหมือนกับตัวเองของเรื่องไหมนี่
97. ทำไมเฮียเนิร์ดแม่งชอบมองกูแปลกๆ เมิงเป็นตำรวจไง๊
98. เมื่อวานเจอตำรวจมาดักจับแว้นซ์แถวร้านเกม ตื่นตาตื่นใจมาก
ตูก็นึกว่ามีแต่แถวบ้านตู
99. มาตรฐานมันเป็นสิ่งสมมติให้เข้าใจตรงกัน
ไหนๆ ก็ไหนๆ ก็สมมติตามกันไปด้วย
100. แถเขียนถึงข้อหนึ่งร้อย ก็อยากจะถามผู้อ่านว่ารู้สึกอย่างไร
ก. มึงตลกแดก
ข. แถนี่หว่า
ค. ก็ดี ดีกว่าไม่เขียนอะไร
ง. กรุณาตอบตามใจท่าน แล้วกระผมจะรออ่าน
ฮา ฮา
จบการแถไปอีกหนึ่งวัน หนึ่งเอนทรี่ โย่


มีความสามารถในการบ่นจริงๆค่ะ
^_^
สู้ๆกับการเรียนและการทำงานนะคะ
เข้ามาอ่านทีไรก็มีแรงไปสู้ต่อทุกที
เพราะรู้สึกว่าอืมนะยังมีคนที่เหนื่อยกว่าเรา
เหอะๆๆๆๆๆๆๆๆ
#1 By ปีก on 2009-06-08 15:33