หลายคนคงสงสัย ใคร่อยากรู้ว่า
 "ทุกอย่างมันได้มาอย่างง่ายๆ จริงหรอ?"

 

ผมอยากให้อ่านข้อความเหล่านี้ครับ

 

โห...อยู่ญี่ปุ่นมาสาม(ล้าน)ปี(แสง)พูดญี่ปุ่นเก่งแล้วดิ
(มรึงเอาตรรกะไหนมาตัดสินว่ากรูควรเก่ง ถ้าวันนึงๆ กรูไม่ได้พูด)

โห...อยู่ญี่ปุ่นน่าอิจฉาจังเนอะ ชีวิตดูดีสุขสบาย
(มรึงไม่ได้มาดูตอนกรูไปขายแรงงานแลกเงินสินะ ถึงกล้าพูด)

โห..ดีจังอยู่เมืองนอกสบาย
(ใครมันว่าฟระ "อยู่เมืองนอกสบาย" เนี่ย)


ดีเนอะ ไม่ต้องมีสมอง มีเงินก็มาเรียนเมืองนอกได้
(คงไม่ได้มาดูขั้นตอนก่อนที่กรูจะกระเสือกกระสนมาเรียนได้สินะ)

คนญี่ปุ่นทุกคนดูใจดี เป็นเทวดากันหมดเลยเนอะ
(เอ่อมม...คนญี่ปุ่นเป็นมนุษย์เหมือนคนไทยครับ มีดีและมีเลว)

หนูอยากได้ทุนมาเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ทำไงดีเค๊อะ?
(หนูยังไม่รู้ แล้วแมวที่ไหนจะรู้ล่ะครับ? แฮ่ )

 

 

แล้วถ้าอยากมาเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น

ง่ะ อ่ะ ป่ะ ล่ะ ฉ่ะ ทำไงดี???

 

 


ข้อแรก ...ผมแนะนำว่า "ทำใจ"

ข้อสอง ...เมื่อทำใจได้แล้วก็ต้อง "สู้"

ข้อสาม ...หลังจาก "สู้" แล้ว ก็ต้อง "พยายาม" อย่างต่อเนื่อง
ไม่เลิก ไม่หยุดง่ายๆ กลางทาง แล้วจะสำเร็จ

 

 

เหมือนกับประโยคนี้ ในเพลงๆ นึงนั่นเองครับ

"แม้จะต้องเจ็บสักเท่าไหร่ แม้ฉันต้องแลกกับสิ่งไหน ฉันยอม"

มันเหมือนกันตรงประโยคไหนฟระ 

ฮา ฮา (หัวเราะร่วน)

 

บางคนอ่านมาถึงบรรทัดนี้ อาจจะประสาทแดร๊กกันช่วยขณะ
แทบอยากเอาค้อนมาทุบหัว จขบ ที่เขียนสิ่งที่จับต้องไม่ได้
หรือเราเรียกว่าการเขียนนามธรรมขึ้นมาบนอากาศ วาดฝันบนวิมานนั่นเอง

ฮา ฮา


จะเขียนให้อ่านง่ายขึ้น (จริงหรอ?) เข้าใจง่ายขึ้นกว่าเดิม (จริงดิ)
เอาเถอะ งั้นมรึงเล่าสักทีสิ


สิ่งแรกสุดที่ควรทำ ควรถามตัวเองก่อน

"อยากได้อะไร และจะมาเอาอะไรจากที่นี่?"

 

และกรุณาอย่ามาถามผมนะครับว่า มาเรียนอะไรดีที่ญี่ปุ่น
ออกแนวใจร้าย ดูไร้และแล้งน้ำใจมากๆ สินะครับ 
พอดีว่าผมไม่ได้เป็นพระเอก และคงเป็นไม่ได้ เพราะหน้าตาไม่ให้
ที่สำคัญผมไม่ได้ทำงานอยู่กระทรวงศึกษาประเทศญี่ปุ่น
และก็ไม่ได้เป็นนายหน้าหาคนมาเรียนเมืองนอกจะได้รู้ทุกเรื่องในประเทศนี้

จงใช้สติ และไตร่ตรองก่อนถามครับ !

(ฮา ฮา หัวเราะร่วนด้วยเสียงตัวร้ายในละคร)


อย่างที่สองก็คือ

"จงช่วยตัวเองก่อน ก่อนที่จะยื่นมือขอให้ผู้อื่นช่วยเหลือ"

 

ถ้ายังตอบตัวเองไม่ได้ ไม่แนะนำให้มา
ไม่ควรเสียเงินทองมากมายเพื่อมาตามหาสิ่งที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร

แต่ถ้าบุพการีร่ำรวย เงินเหลือกินเหลือใช้ ก็มาเถอะ
มาตามหาจนกว่าจะเจอ จนกว่าจะพบ แม้จะรู้ตัวในภายหลังว่า

"เสียเวลาไปเปล่าๆ ปลี้ๆ"

 

(แกจะกัดชาวบ้านเค้าทำไมฟระ เป็นหมาบ้าเรอะ  แฮ่)


ช่วยตัวเองที่ผมหมายถึง ก็คือลองเปิดอินเตอร์เนตดูสิครับ
ข้อมูลการเรียนต่อประเทศญี่ปุ่น หรือต่างประเทศเค้าก็มีบอกอยู่มากมาย

นอกจากนี้งานศึกษาต่อต่างประเทศที่จัดกันขึ้นอยู่เนืองๆ ตามหัวเมืองใหญ่ ก็ขยันไปครับ
นั่นแหล่งความรู้ และมีวิทยากรผู้รู้จริงมาตอบกันถึงเนื้อ ถึงตัวครับ

(อย่ามาถามผมอีกว่าที่ไหน และอย่าให้ถึงขั้นต้องตักข้าวป้อนเข้าปากกันเลยนะครับ
ไม่อยากเห็นคนรุ่นใหม่เป็นง่อยก่อนวัยอันควร - -)

อยากรู้ว่าเค้ามีการเรียนการสอนแบบไหน ค่าเทอมเท่าไหร่ ใช้เวลาเรียนกี่ปี
และมีความจำเป็นใช้ภาษาญี่ปุ่นมากสักแค่ไหน?
ต้องสอบวัดระดับก่อนไหม หรือต้องสอบอะไรหรือเปล่า บลาๆ ก็ถามเขาไป

มีโอกาสก็ถามซะ อย่าเหนียมอาย 

"อายครูไม่รู้วิชา อายภรรยาไม่มีบุตร"

คนคิดสำนวนนี้ก็ช่างสร้างสรรค์เสียจริง ฮา ฮา (นอกเรื่องกันเสียดื้อๆ )

 

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว และมีเงินทองเพียงพอที่จะมาเรียนได้โดยไม่ลำบากสักระยะ
อาจจะประมาณ 3 - 6 เดือน ถ้าโชคดีหน่อยทุกอย่างจะเดินทางไปเร็วกว่านั้น

จริงดิ ?  (จริงโว้ยยยยย)

 

ภาษาญี่ปุ่นก็สำคัญนะ ไม่สิ 

 

"สำคัญมาก"

 

การที่จะใช้ชีวิตในประเทศนี้ได้อย่างราบรื่น ไม่ลำบากลำบนทางจิตใจ
ก็พูดได้ อ่านออก เขียนได้ ก็คงจะดีไม่น้อย

มันดีม๊ากมาก เลยล่ะ ทานากะ สุโก่ยยยยยยย
(กรุณาอ่านออกเสียงด้วยสำเนียงตอแหลแบบพี่ยุ่น จะได้อรรถรสยิ่งนัก) 

 

 

ฉะนั้นผมแนะนำว่า ควรเรียนภาษาญี่ปุ่นจากประเทศไทยมาให้มาก
มากเท่าที่จะทำได้ และเท่าที่ความสามารถมนุษย์หนึ่งคนจะทำได้ครับ

(ดูเว่อร์ไปไหม แต่จะบอกว่า มันจริงๆ นะ)

นั่นมันทำให้เราสามารถลด ละ เวลาและเงินทองที่จะต้องเสียไปกับโรงเรียนภาษา
มันจะทำให้ทุกอย่างดูเร็ว และผ่านไปได้ไวขึ้น 

 

 

 

และเรื่องเงินๆ ทองๆ นี่ ก็ต้องคุยกับทางบ้านให้รู้เรื่อง ไม่ใช่เอาทางกรูอย่างเดียว
กรูอยากมา ใครจะทำไมล๊ะ
อย่าให้ถึงขั้นพ่อแม่ ต้องกู้หนียืมสิน ขายนา ขายบ้านส่งลูกเรียนกันเลยนะครับ

อย่าเอาทางกรูอย่างเดียวครับ เอาทางพ่อแม่ด้วยสิ

และอย่าหวังน้ำบ่อหน้าว่าเรื่องทุกอย่างจะง่าย และราบรื่นเสมอไป
เรื่องเงินอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ อยู่เหมือนกัน อยากให้คิดไตร่ตรองถึงเรื่องนี้

หลังจากนั้น ก็ต้องหาข้อมูล โรงเรียน มหาวิทยาลัยที่เราอยากจะเข้าไปเรียน
ต้องดูว่ามีสาขา และต้องส่งใบสมัครช่วงไหน ต้องเสียเงินเท่าไหร่
และอีกมากมายจิปาถะ ...

 

 

 

 

 


บางคน (อย่างผม) ก็ต้องมาเรียนภาษาญี่ปุ่นสักหกเดือน หนึ่งปี
ให้พอสื่อสารกับมนุษย์รู้เรื่อง ถ้าไม่รู้เรื่องมันจะเอาชีวิตไม่รอดน่ะ

ช่วงเวลาที่อยู่ในโรงเรียนภาษานี่ ผมก็แนะนำว่าควรใช้ชีวิตให้สนุก ให้คุ้ม
เรียนไป หาเพื่อนไป หาโรงเรียน มหาวิทยาลัยไปด้วย

อย่าให้เวลาที่มีอยู่เพียงน้อยนิด สูญเสียไป "อย่างเปล่าประโยชน์"

ทุกอย่างต้องมีการเตรียมตัวและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ 
พร้อมที่จะสู้ และพร้อมที่จะถอยบ้างในคราวเดียวกันครับ

 

 

 

ทุกอย่างมันไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยากเสียทีเดียว

คำว่า "ทำใจ สู้ พยายาม"

 

ที่ผมหมายถึง หน้าตามันคงประมาณนี้ครับ

เรียนไปสักพักเราอาจจะ "ท้อ" และอยากจะ "เลิก"

และเรื่องบางอย่างมันอาจจะ "ยาก" และ "ไม่สบาย" อย่างที่เราคิดไว้เสมอ
แต่อยากให้คิดถึงหน้าตาสิ่งที่เราอยากจะได้ และเลือกที่จะมา ว่าเพราะอะไรกัน?

 

 


แค่คิดอยากจะเรียน คงยังไม่พอครับ
ในขณะที่คิดอยากเรียนต้องคิดที่อยากจะ "หาทาง" มาเรียนด้วยครับ
เพราะทุกอย่างบนโลกนี้มันเป็นเหตุ เป็นผลต่อกันเสมอครับ

อ้างอิง...(จากหนังสือโตเกียวไม่มีขา)
อย่างที่คุณนิ้วกลมได้ว่าไว้ "เพราะโตเกียวไม่มีขา"

 

เช่นกันอยากมาเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ประเทศญี่ปุ่นไม่มีขา


ก็จงเอาขาสองข้างของท่าน "หาทาง"
มาเรียนเถอะครับ

 

 

ขอให้ทุกท่านโชคดี ....

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

จริงอย่างที่พูดทุกประการ
ทุกคำทุกระเบียบนิ้ว!

ต้องทำใจ สู้ และพยายาม
ฮึดสู้!!!!!!!
เฮือก!~ (เสียงสลบ- -)

ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆฮะ
อ่านแล้วโดนใจ
เอาไปเลย Hot!
แถมให้ Hot! -*-

#3 By gaao on 2008-07-24 00:16

มาแปะลงชื่อไว้ก่อน...


ปล.อ่านผ่านๆ ยังฮาเลยอะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เดี๋ยวมาอ่านเก็บรายละเอียดอีกที big smile

#4 By ウィン on 2008-07-24 04:07

งั้นตอนนี้ก็ต้องเริ่มจากภาษาก่อนล่ะนะ
ยังไม่รู้ไรเลยอ่ะ ไอ้ที่เคยอ่านๆก็ลืมๆไปซะเกลี้ยงsad smile

#5 By Little Little on 2008-07-24 09:49

Hot! Hot! โดนมากๆ ครับ ผมว่าใช้ได้กับทุกประเทศที่จะไปเลยนะครับนั่น

#6 By Yashima on 2008-07-24 11:14

Hot!

ขอบคุณค่ะ เป็นประโยชน์ได้มากเลยค่ะ confused smile

#7 By a.while on 2008-07-24 15:26

ลิ้งค์มาเจอ แล้วแบบอ่านเพลินไปเลย

แต่ขอโทษจริงๆที่ไม่ได้เม้นท์ให้ในทุกเอ็นทรี่

((อ่านอย่างเมามันส์ไปนิด))

ชอบญีุ่่ปุ่นค่ะ หวังไว้ว่าจะไปเหยียบที่นั่นซักครั้งเหมือนกัน

ตอนนี้ก็เลยทำงานเก็บตังค์อยู่

อ่านแล้วเข้าใจอะไรขึ้นเยอะเลย

มีสาระปนกับความมันส์ในภาษาที่ใช้อย่างแรง

สนุกค่ะ

แล้วจะแวะมาอ่านอีกนะคะ ขอแอด fav ไว้เลยแล้วกันนะคะ

#8 By nawa on 2008-07-24 15:57

โดนมากๆ เลยค่ะ อยากไปญี่ปุ่น... แต่ตอนนี้คิดหนัก -*- Hot!

#9 By NANA on 2008-07-24 17:28

Hot! Hot!

ถูกต้องเลย ใครว่าอยู่เมืองนอกแล้วจะสบาย
ทำใจสู้พยายาม...พอเอามาอ่านติดกันแบบนี้แล้ว...แหม...ช่างบั่นทอนเล็กๆ (หัวเราะบ้า)

เงินเป็นปัจจัยสำคัญมากกกกกกกกกกกกก ตอนนี้ที่โรงเรียนก็กำลังมีทุนให้อยู่ค่ะ แต่อย่างว่า....เงินไม่มาทุนก็ไม่มาเหมือนกัน เหอะ-เหอะ

ตอนนี้ก็พยายามตั้งใจเรียนให้เยอะๆ คิดถึงหน้าแรงบันดาลใจและคนที่อยู่เบื้องหลังเข้าไว้ทุกครั้งที่แอบนอยด์

เรียนที่ไทย(เม่ง)ยังเหนื่อย 'สาอะไรกับที่นู่น โฮ้ล่าร์ ~

มีอะไรสงสัยหน่อยน่ะค่ะ...อยากรู้มาสักพักละ...ในสายตาพี่ พี่คิดว่านิสัยของ ผู้ชาย กับผู้หญิง ญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นไงเหรอคะ ?

แอบอยากรู้ เหอะๆๆๆ

#11 By 赤月 on 2008-07-24 17:52

Hot! ถูกต้องตามนั้นทุกประการ ขอให้ดราก้อนบอลหนึ่งดวง
ตรงใจ ตรงประเด็นมากๆ

#12 By Ryuo WiZ@rD on 2008-07-24 18:26

กำลังเรียนญี่ปุ่นอยู่ และนึกอยากไปเหมือนกัน

ช่วยเตือนสติได้มากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ Hot!

#13 By ★☆KyuubixUsagi on 2008-07-24 19:29

"เพราะโตเกียวไม่มีขา...

เราจึงต้องเอาสองขาของตัวเองเดินไปสินะ.."

กระแทกใจเต็มๆเลย

เริ่มรู้สึกว่าตาสองข้างถูกเปิดออกมาอีกนิดแล้ว

บางทีฉันก็คิดอะไรไม่เข้าท่าเวลาท้อแท้

รู้สึกขอบใจจังเลยที่พูดให้คิดได้

อาริกาโตะ



#14 By ::Aozora:: on 2008-07-24 19:48

อ่านแล้วขำค่ะ เพราะคุณเขียนได้เหมือนที่เรารู้สึกเลย เราว่าเด็กสมัยนี้ไม่ค่อยช่วยเหลือตัวเอง เอ่ะอะก็ถามยันเลย แทบจะต้องให้เคี้ยวแล้วป้อนให้ด้วย อยากมาเองทำไมไม่หาข้อมูลเองเนอะ บางทีเราก็งานยุ่งๆไม่ว่างจะตอบ บางคนเซ้าซี้มากจนต้องบล็อกเอ็มเลยก็มีอะ ขนาดให้ลิ๊งไปยังหาไรไม่เจออีกอะ ต้องมาถามซ้ำ น่าเบื่อมากๆ อยากบอกเหลือเกินว่าถ้าแค่นี้ไม่มีปัญญาก็อย่าไปเลย
เรื่องที่บอกว่าตอนเรียนภาษาสนุก อันนี้เห็นด้วยม๊ากมาก ตอนนั้นเรียนเสร็จก็เที่ยวเที่ยวเสร็จก็กินเหล้ากับเพื่อน แถมเพื่อนเยอะอีกตะหาก สนุกจริงๆ นึกเปรียบเทียบกับตอนนี้ที่เรียนโทแล้วฟ้ากับเหว เวลาจะไปเข้าร้านตัดผมยังไม่ค่อยมีเล้ย ยิ่งเป็นเด็กทุนยิ่งต้องเรียนให้ได้เกรดดีๆเพื่อรักษาสภาพนักเรียนทุนอีก เหนื่อย แถมเพื่อนก็ไม่ว่างสังสรรกัน เฮ้อsad smile
เห็นด้วยค่ะ
ตอนนี้ก็เรียนภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานอยู่
แต่ส่วนตัวเรียนภาษาจีนเป็นหลัก
ภาษาญี่ปุ่นก็เลยดูเบๆไปเลย
สู้ๆค่ะ ยังจำตัวอักษรได้ไม่ครบ confused smile
เป้าหมายคือการไปช๊อปที่ญี่ปุ่นโดยๆไม่ต้องพึ่งใครค่ะ
เลยเรียน เวอร์ไปมั้ยเนี่ย ?
อ่อ แล้วก็เป็นภาษาที่มีประโยชน์ด้วยนะค่ะ
การรู้ภาษาใกล้เคียงกันเป็นสิ่งดี
จะเอาไปใช้ด้วยกันได้ อย่าง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไงเนอะ

#16 By rei on 2008-07-24 21:31

ของเราไม่ค่อยมีปัญหาหล่ะ เพราะว่าตอนเราไปปีเดียวก้อได้ทุนเพราะเรียนเอกญี่ปุ่นอยู่แล้ว นี่ปลายปีนี้จาไปทุนป.โทอีก ก้อคาดว่าไม่น่ามีปัญหาเท่าไหร่ เพราะเรามีพื้นฐานเรื่องภาษาอยู่แล้ว มีประสบการณ์การอยู่ที่นู่นอยู่แล้ว (ถึงจาแค่ปีเดียวก้อเหอะ)

แต่จิงๆเราเห็นด้วยเลยนะ ว่าคนที่จาไปเรียนอ่ะ ควรจารู้ตัวเองก่อนว่าอยากเรียนอะไร อยากทำอะไร เพราะเรามีเพื่อนหลายคนเลย ไปเรียนเพราะชอบดาราญี่ปุ่น อยากตามดารา เลยหาโอกาสไปอยู่ประเทศเดียวกันซะเลย (ซึ่งตอนนี้ก้อยังมีบางคนอยู่ที่นู่น) เราว่า...คนเรามันไม่ใช่ว่าเราอยากทำอะไรอย่างเดียวอ่ะ มันต้องดูด้วยว่าเราทำให้คนอื่นเดือดร้อนรึเปล่า (อย่างที่อยากไปเรียนเพราะบ้าดาราเนี่ย อย่างน้อยมันก้อเดือดร้อนกระเป๋าพ่อแม่หล่ะนะsad smile)

ส่วนเรื่องที่ว่าอยู่ญี่ปุ่นแล้วชิวๆ สบายๆ ไปง่ายสินะ อยู่ง่ายสินะ...อีพวกที่พูดแบบนี้กะเราเนี่ย โดนด่ามาเยอะแล้ว อยากบอกมากเลยว่าคนญี่ปุ่นมันก้อคน ยิ่งรู้ว่าเราเป็นต่างชาติ แล้วเข้าไปอยู่บ้านมันในฐานะนักเรียน ไม่ใช่นักท่องเที่ยว มันยิ่งจาดูถูกเราเข้าไปใหญ่ มองเราเป็นพลเมืองชั้น 2 ไปซะงั้น มีครั้งนึงเราไปเดินกะเพื่อนที่อิเคะ แล้วก้อโดนคนแก่ญี่ปุ่นหันมาด่า เพียงเพราะว่าพูดภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่น คนไม่เคยโดนคงจิตนาการไม่ถึงสินะ ว่าจามีคนญี่ปุ่นประเภทนี้อยู่ด้วย หลังจากกลับมาเราก้อเลยค่อนข้างรู้สึกไม่ดีกับประเทศนี้อ่ะ (ถึงขนาดเคยบอกว่าจาไม่ไปอยู่ญี่ปุ่นอีกแล้วด้วย แต่ความอยากเรียนมันมีมากกว่าอ่ะนะ เหอๆๆ) confused smile

#17 By imai283 on 2008-07-24 22:00

อิอิ เราถูกใจมากมายค่ะ ที่เจอคนที่ไม่ได้มองญี่ปุ่นในแง่เทิดทูนสุดๆราวกับมันเป็นพระเจ้าเหมือนกัน เราเองก็วนเวียนกับญี่ปุ่นมามาก มากซะจนทั้งรักทั้งเกลียดประเทศนี้มากมายทีเดียว

เห็นด้วยอย่างแรงในเรื่องของการทำใจ สู้ และ พยายามค่ะ ไม่ว่าจะทำอะไร จะไปไหน อยากได้อะไรในชีวิต ก็ต้องทำทั้งหมดนี่ทั้งนั้นละ

Hot! Hot! Hot!

#18 By Rinna on 2008-07-24 22:21

ฮ่า ฮ่า สแวงด้วยตัวเองซะก่อนสินะconfused smile confused smile

#19 By (^_^)/nana on 2008-07-24 22:24

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

อ่านแล้วนู๋ปลื้มมมมคร้าพี่
ฮือออออออออออ
คนญี่ปุ่นก็ช่ายจะดีไปหมด
แง่ร้ายๆก็มีอยู่เยอะ - -*


สิ่งแรกสุดที่ควรทำ ควรถามตัวเองก่อน

"อยากได้อะไร และจะมาเอาอะไรจากที่นี่?"
โดนใจอย่างแรง......
กลับไปคิด

แต่ก็ต้อง "ทำใจ สู้ พยายาม"

พี่ก็ สู้ๆนะงับ


#20 By †::RAiNA::†【レインナ】 on 2008-07-24 22:54

อ๊ากกก
มาแล้ว
สุดยอดดดดดดด

คนอยากมาเรียนญี่ปุ่นเยอะจริง ๆ นะเนี่ย
Hot!

#21 By undenty on 2008-07-24 23:25

ขอบคุณ ครับ สำหรับคำแนะนำดีๆconfused smile

#23 By chaiha on 2008-07-25 16:20

ทำไมรู้สึกว่าโดนกัดวะแกquestion


ฉันอยากมีความพยายามอย่างแกนะเว้ย แต่ทำไม่ได้วะ

#25 By tapum on 2008-07-25 19:49

"อายครูไม่รู้วิชา อายภรรยาไม่มีบุตร"


มีภรรยาเป็นครู ก็จะได้ทั้งบุตรและวิชา

#26 By rokjitjung on 2008-07-25 22:46

เอ่อ แวบๆมาเจอ เพิ่งได้อ่านบลอกนี้ครั้งแรก
อืม พูดได้อย่างเดียว

พี่พูดถูกแล้ว

อยากได้อะไรก็ต้องลงมือทำ ไม่งั้นให้รอยังไงก็ไม่ได้หรอกopen-mounthed smile

#27 By [-เม่าอึ่ง-] on 2008-07-26 00:06

ถูกต้อง ตอนนี้ก็เลย พยายามๆๆๆๆๆๆๆๆสู้จนถึงที่สุดเลย กับการเรียนภาษาญี่ปุ่น แม้มันจะยากมากๆก็เถอะ Hot!

#28 By ~悲願の受路~ on 2008-07-26 04:00

ตอนนี้ข้าน้อยเองก็เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นนะ
ข้าน้อยเองก็เข้าใจสถานกานทั้งหมด...
ทุกคนไม่ได้ใจดีไปซะหมดหรอก!!! T^T

แต่คนที่อยากไปจริงก็ สู้สู้เน้อ
(ข้าน้อยเองเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นอยู่แล้วเลยได้เรียนฟรีช่วง ม.ต้น ขึ้น ม.ปลายแล้วก็ต้องหางานพิเศดทำไปด้วย... T_T)

ยังไงก็ พยายามเข้านะทุกคน!!!!
cry cry cry

#29 By chupz?! on 2008-07-26 10:17

ดีว่าไม่ได้อยากไปเรียนต่อนอก 555+


แค่เมืองไทยก็จะแย่แร้วววว

#30 By Paa orKant on 2008-07-26 13:22

ตอนนี้ก็พยายามเขียนstudy planยื่นทุนอยู่พอดีค่ะ

บางทีก็แอบท้อเหมือนกันเพราะคู่แข่งมันเยอะมาก

แถมคู่แข่งที่ว่านี่เค้าก็ไม่รู้ญี่ปุ่นซักตัวก็ดันก็มีสิทธิ์พอๆกัคนที่เรียนญี่ปุ่นมาแทบจะกระอักเลือดนี่สิ

คิดแล้วมันก็คงต้อง"ทำใจ"อย่างว่าแหละเนอะ

มันก็ช่วยไม่ได้ที่ต้องเป็นแบบนี้

ยังไงก็จะ"ทำใจ สู้ พยายามค่ะ!!"

หวังว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้ไปเรียนสมใจหวังซักปีนึงบ้าง

อย่างน้อยก็เป็นสิ่งนึงที่อยากจะทำในชีวิตซักครั้งดู

ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆค่า
cry

Hot! Hot! Hot!

#32 By ♣MADE IN WONDERLAND♣ on 2008-07-26 20:53

ดูท่าทางว่า ญี่ปุ่นนี่น่ากลัวเหลือหลาย
เหอะๆๆ ๆ =='


,, ,กำลังคิดจะไปต่อ ญี่ปุ่นเลย
แง้วๆๆ ๆ สงสัยต้องพยามขึ้นอีก

#33 By zuShi-oNii on 2008-07-27 00:38

พูดได้แรงสะใจจอร์ชแอนด์ซาร่าห์มากเลยค่ะ cry
อยากให้เพื่อนอ่านเอนทรี่นี้อยู่เหมือนกัน แต่กลัวมันจะโกรธอ่ะดิ

เอ... โต๊ะกับเก้าอี้มีขา ทีอยากนั่งเก้าอี้ทำไมมันไม่เดินมาหาเราว้า?
โป๊ก... ขอโต้ดก่ะ มุขแป้ก สินะ sad smile

#34 By Runrunpyon on 2008-07-27 00:39

big smile big smile

#35 By chichi on 2008-07-27 00:43

หนูจะบอกว่า " หนูอยากไปตามหาเนื้อคู่อ่ะค่ะ " จะกวนบาทาไปไหม แฮ่ ( ขำได้อีก )

เป็นเหตุผลเดียวที่สิ้นคิดค่ะ จะไปตามดารา ( สิ้นคิดมาก )

แต่หนูก็มีจุดยืนของตัวเองน่ะ

เพราะอาจาร์ยที่สอนวิชาเอกหนูอยู่ตอนนี้ ( หนูอยู่ปีที่3ค่ะ ใครจะมองว่า เรียนปริญญาตรีมีความคิดแค่เนี้ยเองหรอ หนูไม่แคร์หรอกน่ะค่ะ ) angry smile เขาบอกหนูว่า ไปอยู่ที่ญี่ปุ่นเถอะ ( แล้วส่งสายตาประมาณว่า ที่กรุงเทพช่างไม่เหมาะกับเธอเสียจริง )อยู่ที่นี่ไม่ไหวหรอก

หนูเรียนทางด้านออกแบบ แล้วทำสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ ถ้าจะไปเรียนต่อ ต้องญี่ปุ่นที่เดียว มิลานเนี้ยคนละแนวเลย

หนูจะพร่ามทำไมเนี้ย

เอาเป็นว่า หนูอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่นค่ะ กำลังหาข้ิอมูลอยู่ แล้วก็ชอบอ่านบทความพี่ด้วยค่ะ จบค่ะ (อารมณ์ artist มากเลยอะหนู ) Hot!

#36 By ~*:B.u.a.B.L.i.E:*~ on 2008-07-27 17:10

ที่พูดมาทั้งหมด เป็นจริง

พึ่งจะเข้าใจอะไรเกี่ยวกะภาษายี่ปุ่น

และอีกเรื่อง คือยี่ปุ่นไม่ขา

อันนี้ชอบมากๆๆ

ตอนนี้เรียนอยู่ที่ TNI.

#37 By Tong (124.120.150.136) on 2008-08-01 02:50

จริงนะ เห็นด้วยค่ะ ไม่มีอะไรในโลกนี้ได้มาง่ายๆ หรอก
คนชอบคิดว่าอยู่เมืองนอกแล้วดีเสมอไป
เคยคุยกะคนหลายๆ ชาติอยู่ที่เมืองไทย
เค้าว่า..เมืองไทยเนี้ยพาราไดซ์ สุดๆแล้ว
\"ไม่มีที่ไหนจะสุขจะซึ้งเท่าบ้านของเรา\"
แต่ก็นะ คนเราต้องแสวงหาสิ่งใหม่
ค้นหาและไขว่คว้ากันต่อไป
ถ้าไม่ลองด้วยตัวเองก็คงไม่รู้หรอก
เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้พยายามต่อไปจนสำเร็จค่ะ

#38 By GAZESL (124.120.80.224) on 2008-08-07 00:22