บางคนอาจจะหมดไฟในการอยากเก่งภาษาญี่ปุ่นไปนานแล้ว
แต่ไฟอยากเก่งภาษาญี่ปุ่นของผมยังคงครุกรุ่นท่ามกลางความขี้เกียจนี่แหละครับ

ฮา ฮา 

เป็นแบบนี้ต่อเนื่องกันมา จนเข้าสู่ปีที่สามนี่แหละ

 

ถึงแม้ว่าผมจะมีเวลาเรียนภาษาญี่ปุ่นจริงๆ จังๆ ในห้องเรียนไม่ถึงสิบเดือน
ไอ้โรงเรียนมันบอกเราว่าหนึ่งปี แต่มันก็หยุดไปซะเยอะ
หยุดแม่มทุกฤดูกาล จะหาทางกินเงินกรูไปไหนฟระ
มันหยุดหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อน ใบไม้ร่วง หน้าหนาว วันจับโหงว วันทะเล วันวัว
และสารพัดวันบลาๆ ไป ...

เขียนไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ สำหรับท่านที่อยากส่งลูกหลานมายากลำบากที่เมืองนอกนี่

"ใครว่าอยู่เมืองนอกสบายฟระ?"

 


ไอ้โรงเรียนทั้งหลายแหล่ที่โฆษณาว่าหลักสูตรหกเดือน หนึ่งปี อะไรนี่ก็อย่าไปเชื่อมาก
เปิดเทอมเดือนเมษายน พอเข้าพฤษภาคมก็หยุดสัปดาห์ทองไปอีกหนึ่งอาทิตย์
เรียนไปสักพัก มันบอกเราควรปิดเทอมหน้าร้อนแล้ว ไป ๆ มาๆ ไอ้เวลาหกเดือนที่ว่า
เรียนเข้าจริงๆ ไม่ถึงห้าเดือนเสียด้วยซ้ำ แป๊บๆ มันก็ส่งใบค่าเทอม เทอมหน้ามาให้เราเสียแล้ว

ไหนจะวันคนแก่ วันโลกหน้า วันต้นไม้ วันสีฟ้า วันบ้าบออะไรมากมาย
โรงเรียนมันก็หยุดหมด ...

มันช่างเป็นคอร์สการเรียนที่อินเทนซีพจริงๆ
ไม่ใช่ว่าเรียนกันอินเทนซีพนะ คือกินเงินกันอย่างอินเทนซีพเป็นล่ำเป็นสันกันไป
ฉะนั้นเวลาหกเดือนจึงเดินทางไปไวเสียยิ่งนัก
ตดยังไม่ทันหายเหม็นเงินเป็นแสนๆ ก็หายวับไปกับตา

ขนหน้าแข้งบุพการีท่านอาจจะไม่หลุดร่วง ถ้ามีเงินเหลือกินเหลือใช้
(เหมือนลุงเหลี่ยม)
แต่สำหรับบางท่านอาจจะต้องซับเหงื่อกันไปเสียหลายที
(เหมือนพ่อแม่กรู)

 

 

หนักกว่านั้น ยังมีโฆษณาเหลือเชื่ออีกมาก
อาทิเช่น สามารถหางานพิเศษได้ เขียนเหมือนง่าย แต่มันไม่ได้ง่ายเล้ยย
สงสัยโรงเรียนมันจะลืมวงเล็บไว้ว่า ง่ายจริงถ้ามรึงพูดภาษาญี่ปุ่นได้แล้ว
หรืออาจจะลืมแปะไว้อีก ง่ายกว่านั้นถ้าพ่อมรึงมีหุ้นส่วนในร้านนั้นด้วย

เห่อๆ

เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ที่เรามาจากไทย ก็จะฝันหวานลมๆ แล้งๆ
ว่างานนั้นคงหาง่ายจริงเหมือนที่โรงเรียนมันบอก
แต่เอาเข้าจริง พูดยังไม่ได้นี่ เทวดาที่ไหนเค้าก็ไม่รับเข้าทำงานหรอกครับท่าน!!
(ยกเว้นกรณีร้านอาหารไทย บางทีอาจจะรับไว้ในฐานที่เข้าใจกัน)

ร้านบางร้านก็ถึงแปะหราเอาไว้เลยว่า
กรูเปิดรับเด็กมาทำงานพิเศษ แต่ "กรูไม่รับคนต่างชาติเฟ้ย!!"
ไอ้ไม่รับคนต่างชาตินี่ เขียนตัวใหญ่กว่าเปิดรับเด็กมาทำงานเสียอีก

บางที่ก็ให้เบอร์โทรไว้เสร็จสรรพบอกให้ลองโทรไปสอบถามดู
พอมันได้ยินว่าเราเป็นนักศึกษาต่างชาติเท่านั้นแหละ เกิดเต็มขึ้นมาในทันใด
หนักกว่านั้นแม่มก็วางสายไปเลย ไม่รอให้กรูอธิบายอะไรกันเลย

 

โลกมันช่างโหดร้ายยยยย.......

 

ทั้งๆ ที่มะกี้กรูไปอ่านมันก็เขียนบอกเอาไว้ว่าต้องการรับด่วนและรับจำนวนมากกกก
เน้นว่า "ต้องการรับจำนวนมากกกกกก"

แบบนี้เค้าเรียกว่าอะไรกันหรือครับท่าน? 
หรือสองนาทีก่อนหน้ากรู มีห้าสิบสายโทรมาสมัครงานพร้อมกันไปเรียบร้อยแล้ว
จึงไม่มีตำแหน่งล้างจานเหลือมาถึงกรู ฮือๆ

ผมคิดว่าแถบเมืองหลวงใหม่อย่างโตเกียวอาจจะไม่ค่อยพบปัญหาเหล่านี้
แต่เมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโตที่ผมอาศัยอยู่นี่ แม่มเป็นแบบนั้นจริงๆ
กีดกันทุกวิถีทาง  แถบๆ โน้นก็อาจจะได้ค่าแรงดี ชั่วโมงละเก้าร้อยหนึ่งพันเยน
แต่แถบๆ อดีตเมืองหลวงเก่านี่ ราคานั้นหาได้ยากนัก
ถึงจะได้ก็คงเป็นคนญี่ปุ่นเสียส่วนใหญ่ที่จะถูกจ้างเข้าทำงานล่ะครับ

งานก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ท่านคิดไว้ ...

และเรียนก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ท่านคิดไว้เช่นกัน

 

บางคนก็อาจจะคิดว่าเรียนจบระดับต้นจากไทยมาเรียบร้อย กรูไปไหนมาไหนสบายแน่
จะว่าอย่างไรดี ระดับการพูดของคนปกติกับครูในโรงเรียนสอนภาษานี่

"ต่างกันราวฟ้ากับเหว"

บางท่านอาจจะโชคดีหน่อยที่ได้เรียนใกล้ๆ เมืองหลวง พูดภาษากลาง
เหมือนจะฟังง่าย แต่เอาเถอะครับ แม่มยากพอกันแหละ
พี่แกจะเร็วไปไหน ไม่โทษเขาครับ ถ้าจะผิดก็คงผิดที่เรา "เรามันโง่" 

แล้วถ้ากระแดะมากหน่อย เลือกมาเรียนเมืองที่ใช้ภาษาถิ่นนี่
ฆ่ากรูให้ตายเลยดีกว่า

แรกๆ มาเรียน เราจะมีไฟการเรียนมากมายเป็นพิเศษ
วันนี้ครูสอนบทนี้จบไป กรูมีความเชื่อมั่นมากมาย พูดได้แน่ เจอกรูแน่
พอไปเจอพี่ยุ่นเข้าจริงๆ แม่มก็ไม่พูดเหมือนในหนังสือหรอก 
สื่อกันไม่รู้เรื่องตามเคย เห่อๆ

เศร้าหนัก มาแรกๆ (กรณีผม) พูดได้แค่ทักทาย
ชีวิตกรูเศร้า ไปเซเว่น ไปซุปเปอร์ ไม่รู้แม่มพูดไรกับกรูหรอก ก็ได้แต่พยักหน้าบ้าใบ้กันไป
เสมือนตกนรกบนดินอยู่ก็ไม่ปาน

ไม่ใช่หนังสือตำราเค้าหลอกลวงอะไรเราหรอกนะครับ
เพียงแต่ว่า ภาษาพูดในตำรา กับภาษาพูดจริงๆ แม่มพูดต่างกัน
ถ้ามาอยู่บ้านนอกด้วยล่ะก็หนีไม่พ้นต้องเจอภาษาถิ่นอย่างแน่นอน

แล้วแถบๆ คันไซเนี่ย แม่มพูดยังกับติดจรวดไว้กับตัว
ทั้งๆ ที่กรูก็เพิ่งบอกไปว่าเป็นคนต่างชาติ แต่เหมือนพี่แกก็ไม่ได้เชื่อกรูเล้ยยย
แม่มติดสปีดเร็วกว่ากระสวยอวกาศเสียอีกครับท่าน

ของแบบนี้ต้องใช้เวลา ท่องไว้ๆ

ข้อสำคัญหลักของการฟังคือการจับจังหวะ
นั่นแหละครับ ถ้าเราจับทาง จับจังหวะการพูดได้แล้ว อะไรก็ไม่ยากเสียจนเกินไปนัก
แต่ไอ้ก่อนที่เราจะจับจังหวะได้เนี่ย ก็ต้องทนทรมาณทางด้านจิตใจไปเสียพักใหญ่
กลับหอทีไรกรูถามตัวเองทุกที "กรูมาทำอะไรที่นี่ฟระ"

ริจะเลือกเรียนภาษาที่สาม ต้องมีใจรักจริง และรักให้มาก
เพราะเราจะมีช่วงฮึด ช่วงท้อ สลับปะปนกันไป
เรียนไปสักพักจะรู้สึกว่าตัวเองแม่มเก่งโครตเทพเลย แต่ไปๆ มาๆ เฮ้ยยย ทำไมกรูโง่แบบนี้
มันเป็นความรู้สึกขึ้นๆ ลงๆ ของการเรียนภาษานี่แหละครับ
ไม่แปลกสักเท่าไหร่ ถ้าจะสุขสมบ้าง ท้อบ้าง มันเป็นเรื่องธรรมด๊า ธรรมดาครับ

ผมว่าจุดสำคัญของการเรียนภาษาญี่ปุ่น
ต้องมีใจรักครับ รักให้มาก และรักให้ตลอดไป
อารมณ์แม่มจะเหมือนเล่นเกมส์นั่นแหละ เราจะเจอเลเวลยากขึ้น ยากขึ้น
ยากถึงขนาดอยากเลิกก็มีอยู่บ่อยไป
การมีความสนใจ และมีหลักยึด จะทำให้เรามีแรงฮึดสู้ต่อไปได้นานครับ

ไหนๆ ก็เลือกมาเรียนแล้ว ลงทุน ลงแรงมาแล้ว
ต้องพยายามดึงเอาความรู้สึกฮึดนั้นกลับมาให้บ่อยครับ
ท่ามกลางความท้อแท้ ยังคงมีแสงสว่างสาดส่องมาถึงเสมอครับ
เชื่อแบบนั้นแล้วจงเดินหน้าสู้มันต่อไป อย่าท้อถอยครับ

 

จริงอยู่ที่ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ แต่ก็ไม่มีอะไรที่ยากเกินกว่าความพยายามครับ

ฉะนั้น "ความพยายาม" จะทำให้เราสามารถชนะทุกสิ่งครับ

 

สู้ !!

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เห็นด้วยนะค่ะ ความพยายาม จะทำให้เราชนะทุกสิ่งได้Hot!
แต่วันนี้เหนื่อยหรือเปล่าค่ะbig smile

#1 By ปลาทู on 2008-07-09 10:01

อ่านแล้วเข้าใจค่ะ

เรียนภาษาเนี่ย ต้องมีใจรักจริงๆจังๆ
มีแรงบันดาลใจว่างั้น 55+
และความพยายามเป็นสิ่งสำคัญมากจริงๆค่ะbig smile
ตอนเรียนนี่ท้อมากค่ะ รู้สึกว่าตัวเองโง่มากมาย 55+
แต่ก็ผ่านมันมาได้นะคะ อารมณ์นั้น ^^

Hot!

#2 By Pui:::ARASHILism on 2008-07-09 10:09

เจ้าของบล็อกก็สู้ๆ เข้านะคะ big smile

#3 By มันแกว on 2008-07-09 10:20

ฮือ ช่างรันทดอะไรอย่างนี้ คงจะเจออะไรมามากมายเลยสินะคะ แต่พยายามได้น่าประทับใจมาก

ขอเอาใจช่วยค่ะ

เรียนภาษาที่สามเนี่ย ยากจริงๆนะ

#4 By Hana-tsuki on 2008-07-09 10:55

ผมก็เรียนภาษาที่สามอยู่เหมือนกันครับ(ภาษาจีน) พอฟังได้ พูดได้บ้าง

พออ่านถึงตรงที่ว่าเรียนภาษาแล้วความรู้สึกจะขึ้นๆลงๆนี่เห็นด้วยมากๆเลยครับ

แต่ก่อนเคยคิดว่าเทพ เรียนแปปๆพูดได้ตั้งเยอะ เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าทำไมเรียนแล้วลืม จำได้ไม่หมด sad smile

ท้ายสุดแล้วคงต้องพึ่ง"ความพยายาม"อย่างที่เจ้าของบล็อกว่าไว้ล่ะครับ big smile Hot!

#5 By SkyKiD on 2008-07-09 10:58

ส่วนเราได้แต่ภาษาพูด
เอาภาษาในหนังสือมาไม่ค่อยเข้าใจ
คันจิและการเขียนยิ่งแล้วใหญ่
ยากเหลือเกิน

แต่ต้องพยายามอย่างที่จขกทว่า
นั่งท่องมันเข้าไป แต่จำไม่ได้สักที
sad smile

#6 By ++misskuni++ on 2008-07-09 11:25

สู้ๆๆๆๆๆๆๆน่ะค่ะ
ห้องเรียนคุณอยู่รอบตัวคุณน่ะแหละครับ


ได้อยู่ญี่ปุ่น ดีออก

เดินออกมาข้างนอกก็เจออาจารย์สอนภาษาพูดกันให้หนวกหูไปหมด...

เทียบกับผมที่ถ้าไม่ทำงานล่าม ไม่ทำงานแปล ไม่อ่านเอง ก็จะไม่ได้ฝึก


คุณเจ้าของบล็อกกรุณานึกอิจฉาตัวเองเถอะนะครับที่มีโอกาสได้ไปอยู่ที่นั่น (OwO)
ช่วงนี้เรียนอยู่ ดิ่งเหวมากครับ
สอบตกเรื่อยเลยsad smile

ถ้่าเท่าที่ฟังดู ฝั่งเมืองหลวงใหม่คงพูดกันช้ากว่า

แต่มาใหม่ ๆ ก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันครับ

โตเกียวเองก็ไม่ได้ภาษากลาง100%หรอกครับ แต่ใกล้หนังสือเรียนมากกว่า

#9 By 「Mysteryくん」 on 2008-07-09 12:57

ตามอ่านอยู่ครับ ชอบครับ big smile

#10 By Bickboon on 2008-07-09 13:13

โอ๊ย อ่านแล้วสะท้อนใจค่ะ ตอนเรามาเกาหลีครั้งแรกเรียนแบบอินเทนซีพที่ไทยมาสองอาทิตย์ พอมาเกาหลีเหมือนไม่ได้เรียนไรมาเลยค่ะ มาเริ่มเรียนตั้งแต่เลเวลแรก เรียนไปได้สามเลเวลนี่แหละค่ะถึงจะหางานร้านอาหารเกาหลีทำได้ แถมไม่ใช่ว่าทุกร้านจะรับ แต่ร้านที่เราทำเนี่ยป้าเจ้าของร้านแกใจดีแล้วก็ชอบเด็กต่างชาติ เขาไม่กดค่าแรงให้ตามปกติ แต่งานนี่ ตั้งแต่สากเบือยันเรือรบเลยค่ะ อยู่เมืองไทยเป็นคุณนายมาอยู่นี่โคตรแรงงานกะเหรี่ยง ทำตั้งแต่ถูร้าน ล้างจาน รับออร์เดอร์ คิดเงิน ป้าแกให้ทำทุกอย่าง แต่ก็ได้ประสบการณ์ดีค่ะ ได้กินของอร่อยๆทุกวันเลยด้วย
ภาษาเกาหลีก็ยากจิงๆค่ะ มันมีโครงสร้างที่เหมือนภาษายุ่น พวกเด็กยุ่นเลยเรียนง่ายไปไว ไม่เหมือนเรา เจอเลเวลห้านี่ อิชั้นแทบอยากลาบวชเลยค่ะ ยากมาก ศัพท์บ้าบอไรไม่รุ การบ้านก็เยอะ ยิ่งทำงานยิ่งลำบากเพราะไม่มีเวลาอ่านหนังสือเลย จนพอรู้ข่าวว่าตัวเองได้ทุนต่อโทนี่แหละค่ะ เลิกเรียนมันเลยเลเวลห้า หนีกลับไทยไปทำเอกสารเรื่องทุนทันที ไม่อยากบอกเลยว่าเราเป็นคนนึงที่ไม่อดทนค่ะ ไม่พยายามที่จะเรียนมันให้จบ ทั้งๆที่อีกไม่กี่วีคก็จบเลเวลห้าแล้วอะ แต่มันไม่ไหวเหนื่อยมากเลยหนีไปกลางคัน รู้สึกแย่มากๆอะ เง้อ แต่เวลามันย้อนกลับไปไม่ได้แล้วเน้อ ตอนนี้ที่ทำได้คือเรียนป.โทตรงนี้ให้ดีที่สุด
อ่านแล้วก็เหนื่อยแทน สู้ๆๆนะครับบบdouble wink

#12 By cherried on 2008-07-09 13:55

เป็นกำลังใจให้นะ สู้ตายๆ big smile

#13 By dsin (203.147.62.4) on 2008-07-09 13:58

ญี่ปุ่นเขาชาตินิยมสูง
หลายคนที่ไปบ่นงี้เยอะ
เรื่องไม่ยอมรับคนต่างชาติโดยเฉพาะเอเชียด้วยกัน
แต่พอเจอพวกฝรั่งหัวทองนี่ยิ้มหวานซะ..

เหนื่อยก็พักซักหน่อย
คุณมาอย่างมีจุดมุ่งหมายนี่big smile
สู้ๆ!!!

#14 By SEsai*นิค ณ cubic s. on 2008-07-09 14:47

ขอบคุณมากๆเลยค่ะสำหรับเอนทรี่นี้

เราคนนึงก็อยากจะเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ได้

แต่ก็มีช่วงที่เรียนแล้วรู้สึกว่าท้อใจ จนหยุดพักไป

ถึงตอนนี้ละค่ะกำลังคิดจะกลับไปเรียนใหม่

พอดีกับได้มาอ่านเอนทรี่นี้ ไฟลุกโชนอีกครั้งเลยค่ะ


ขอบคุณมากๆนะค่ะ

#15 By Mr.&Mrs Ninomiya on 2008-07-09 15:34

อา...คิดเหมือนกันเลยที่ว่า

บางทีก็เหมือนเราเก่งขั้นเทพ แต่บางทีก็รู้สึกว่าทำไมโง่ได้ขนาดนี้นะ

ชีวิตของคนเรียนภาษาเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง

เดี๋ยวฮึด เดี๋ยวท้อ สลับกันไป

ต้องอาศัยใจรักและการฝึกฝนเท่านั้นแหละที่จะช่วยได้

เฮ้อ...สู้ๆ
sad smile sad smile

#16 By ::Aozora:: on 2008-07-09 15:35

มีคำว่า แม่ม อยู่11คำโดยประมาณ...

/me โดนเตะ

เข้าใจเลยค่ะแบบนี้
เรียนภาษาในหนังสือไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่เลย
มันต้องไปเจอจริงๆ เอ็กซ์พีเรียนซ์กันเอง
ถึงจะได้เรื่อง

#17 By ดอกทอง - Mraz Mania on 2008-07-09 15:35

"ภาษาพูดในตำรา กับภาษาพูดจริงๆ แม่มพูดต่างกัน"
เห็นด้วยเป็นที่สุด ...
ผมเจอปัญหานี้กับตัวเองจังๆ คำช่วยต่างๆนานาที่ร่ำเรียนมา
พอเอาเข้าจริง..ไม่เห็นพูดกันเล้ย

ตอนแรกมีปัญหาเหมือนกัน..คือ "ฟังไม่ทัน"
คนญี่ปุ่นพูดเร็วมาก .. ไม่รู้xxxฟังทันกันได้ไง

จนตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี เฮ้อออ

ปล. แต่ก็จะพยายามต่อไป สักวันมันต้องดีขึ้น ... คิดอย่างนี้อะนะ sad smile

#18 By ウィン on 2008-07-09 15:50

เห็นด้วยมากมาย ครับ confused smile sad smile

#19 By I Got It From My Mama! on 2008-07-09 15:55

sad smile แล้วเวลาดูการ์ตูน หรือ ดูทีวีเค้าก็น่าจะพูดเร็วพอๆกะของจริง ฉนั้นน่าจะชิมลางก่อนไป ตราบใดที่ยังดู ซีรีย์แบบ ไม่มีซับไม่ได้ คงไปอยู่ยาก

แต่เรื่องภาษาถิ่นนี่ โหดร้ายเหมือนกันทุกประเทศหละ...คนเรียนภาษาไทยไปอยู่ใต้ อีสาน ก็ดับได้

#20 By หมูทอดซามะ on 2008-07-09 16:19

เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ
กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ค่ะ-w-''

เรียนไปได้แค่ไม่เท่าไหร่รู้สึกยากชะมัดTwT''


เรื่องอยู่ที่ญี่ปุ่นฟังละรู้สึกรันทดหดหู่ชอบกล..ว่าจะไปต่อที่นั่นเหมือนกัน คิดใหม่ดีมั้ยเนี่ยsad smile

ยังไงก็สู้ๆนะคะconfused smile
จนป่านนี้ยังไม่หายแค้นโรงเรียนอีกเหรอwink


รู้สึกว่าใส่อารมณ์มากมายเลยวะแก

ยังดีที่แกยังไฟคุคุ ของฉันมันมอดม้วยไปนานแล้ววะ ห้าห้าห

เรื่องไบท์อย่าเครียด

#23 By tapum on 2008-07-09 17:00

สู้ๆนะครับ
ไม่รู้จะพูดไีรอีก (นึกถึงสมัยที่ไปตอนเข้าแฟมมิลี่ไม่รู้แม่มพูดไร จะหยิบๆมาให้ก็ไม่ได้) Hot!
พูดถึงภาษาแล้วนึกถึงตัวเองค่ะ 555 ตอนนนี้มีวี่แววว่าเผลอๆ อาจต้องไปเรียนภาษาไทยใหม่ เพราะใช้สื่อสารกับคนไม่ค่อยรู้เรื่องเลย
sad smile

#25 By gallantfoal on 2008-07-09 17:21

"ใครว่าอยู่เมืองนอกสบายฟระ?"<<เห็นด้วยsad smile

ภาษาที่3(ภาษาจีน)ผมก็ฝืดๆเหมือนกันนะเนี่ย สงสัยเรื่องเรียนภาษายุ่นเป็นภาษาที่4คงต้องลืมไปก่อนsad smile
ตอนไปญี่ปุ่นยังงงกับร้านขายหนังสืออยู่เลย
ตอนรับเงินไม่รู้พูดว่าอะไร เร็วปื๊ด แถมศัพท์แสงไม่เคยเจอเล้ย
..ยังไงก็โง่ญี่ปุ่นเหมือนเดิมsad smile Hot!

#27 By Day on 2008-07-09 18:28

Hot! ให้ความรู้ดีมากๆค่ะ
ตอนนี้ที่ร.ร.กำลังสอน ภาษาที่3และ4ค่ะ
(เข้าศิลป์ยุ่นแต่มันดันสอนจีนด้วย เวรกำ)

รู้สึกเหนื่อยใจบ้างที่เรียนแล้วไม่ได้คืบหน้าเลยค่ะ
ว่าจะไปลงเรียนเสริมก็ยังไม่รู้จุดจบเลย 55

#28 By ギグ♥♥atanberry on 2008-07-09 19:29

อะไรมันจะชาตินิยมขนาดนั้น คนยุ่น= ='
แต่บางคนเขาเบื่อนิสัยคนไทยนะ ถึงไปอยู่เมืองนอกกัน ถ้าเลือกอยู่ได้ ผมคงอยู่สวิสน่ะ แต่ไม่รู้สินะ อดีตนายกทักษิณยังบอกเลย ไม่มีที่ไหนสบายเท่าเมืองไืทย

แต่อย่างว่า ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องเอาอะไรซักอย่างเข้าแลก อยากได้อิืสรภาพในอนาคตก็ต้องเอาอิสรภาพเข้าแลกconfused smile
Hot! Hot! Hot! Hot!
เอาใจช่วยค่ะ!
สู้ๆนะ!

#30 By mikan on 2008-07-09 20:40

อ่า.. กัมบัตเตะกุนะไซ!!!

จขบ. พยายามเข้านะคะ big smile confused smile Hot!

#31 By ~Fight For Justice~ : on 2008-07-09 21:08

อืม เวลานี้จ้องตอบอย่างไรดีเนี่ย...

สู้ต่อไปทาเคชิ

#32 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-07-09 21:09

ถ้าไม่มีหลักยึดไว้..ถ้าไม่บ้าการ์ตูน ไม่บ้านักพากย์ ดูอนิเม ทำแปลตูน ป่านฉะนี้คงเลิกยุ่งก็ภาษายุ่นปี่ไปนานแล้วล่ะค่ะsad smile บังเอิญว่ามีแรงบันดาลใจแรงกล้า ก็เลย..เอาฟะ สู้ต่อไป ระดับหนึ่งก็สอบแล้วสอบอีก ก็ยังไม่ผ่าน..เอ้า ก็สู้กันต่อไป เพราะมั่นใจว่าไม่มีอะไรในโลกที่ได้มาง่ายๆ แต่ถ้าเราพยายามสุดชีวิตแล้วได้มา สิ่งนั้นจะรู้สึกว่ามีค่ามากๆเลยค่ะ

#33 By nuinthelewen on 2008-07-09 21:50

อ่านเอนทรี่นี้แล้วรู้สึกรักเซนเซย์ทันใด เพราะเทอมนี้มีปัญหาเหมือนกันค่ะ ปกติเรียนใหม่ๆเซนเซย์จะพูดช้าๆชัดๆ แต่พอจบระดับต้นไปแล้ว แร๊พกันเลยทีเดียว sad smile เซนเซย์เน้นเรื่องการพูดมาก แอบเครียดเล็กน้อย แต่อย่างน้อยก็คงไม่เครียดเท่าเจ้าของบล็อค อ่านแล้วเครียดตามเลย ภาษาถิ่นอีก angry smile

เคยผ่านช่วงพีคไปแล้ว คือเบื่อเรียนมากกกก แต่ในที่สุดก็กลับมาฮึดเรียนใหม่จนได้

#34 By 【เก๋าน้อย♂】 on 2008-07-10 00:22

ใช่ค่ะ "ความพยายาม" ทำให้เราสามารถชนะทุกสิ่ง
เอ้า สู้ สู้ ค่ะ double wink
เรียนไปสักพักจะรู้สึกว่าตัวเองแม่มเก่งโครตเทพเลย
แต่ไปๆ มาๆ เฮ้ยยย ทำไมกรูโง่แบบนี้
<< ใช่เลยค่ะ ใช่เลยจริงๆ เป็นอย่างนี้ทุกที ( T T )
ขนาดยังไม่เคยได้ไปต่อเมืองนอกกับเขานะเนี่ย

ว่าแต่แอบติดตามอ่านมานาน เพิ่งจะได้เมนต์วันนี้เอง (ทุกทีมันกดกล่องเมนต์ไม่ได้ค่า เพราะเราไม่ได้ใช้หมาไฟรึเปล่านะ )
ขอบคุณสำหรับคำให้กำลังใจช่วงท้าย และขอให้กำลังใจคุณเจ้าของบล็อกกลับเช่นกันนะคะ สู้ๆ ค่ะ รักษาสุขภาพด้วยเน้อ open-mounthed smile

#36 By Piggy on 2008-07-10 12:58

Hot! เห็นด้วยมากๆ
ตอนนี้ก็เรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่เหมือนกัน
แต่อยู่ที่ไทยนี่แหละค่ะopen-mounthed smile
มันยากมากจริงๆ
ต้องขยันและเอาใจใส่มากๆ
((แตาเราก็ไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่ sad smile ))
ยังไงก็สู้ๆ นะคะcry
เราก็จะสู้ๆ ด้วย!!!

#37 By =yukito= on 2008-07-10 13:04

อย่างที่เ้ค้าว่า คนไม่อยู่ต่างประเทศยังไงก็ไม่เข้าใจ

อย่างที่บางคนว่า ออกไปข้างนอกก็ได้ฝึกภาษาแล้ว ถามจริงๆ เถอะอยู่ๆ มีคนแปลกหน้ามาคุยกับคุณเนี่ยคุณจะคุยกับเค้าไหม จะไ่ม่สงสัยเหรอว่าไอ้นี่มาดีหรือเปล่า

อย่างนี้แหละครับ เค้าถึงว่าคนไม่มาก็คิดว่าทุกอย่างง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ

#38 By rocketbomb (123.2.246.182) on 2008-07-10 14:47

พยายามเข้าครับ

#39 By on 2008-07-10 18:23

พึ่งมาอยู่ได้เดือนกว่าๆ เห็นด้วยทุกประการครับ sad smile

#40 By ม่อน on 2008-07-10 19:29

เฮ้อออออออ นี่ก็คิดจะเรียนภาษาเกาหลีคับ
แต่ เหว่ยๆ อังกิด กับภาษาไทย ผมก็จะได้ F อยู่แล้ว
แต่ว่า อยู่เมืองนอกไม่ได้สบายอย่างที่คิดหรอกคับ
ยังดี ผมยังได้งานที่ร้านอาหารไทยทำ
แต่ว่า ถ้าไปสมัครที่อื่น เขาคงรับหรอก
เฮ้อ ค่าเทอมก็แพงหูฉี่ เหมือนที่พูดนั้นแหละคับ
วิชาละครึ่งแสน
โห่ยๆ
แต่ก็นะ ต้องสู้ๆ ต้องทนคับ
ไหนๆก็ได้เริ่มแล้ว
พยายามให้ถึงฝั่งคับ
หยุดตอนนี้ ก็จมน้ำตายเฉยๆ
เหมือนเสียตังค์ไปเฉยๆ
.
สู้ๆ นะคับ

#41 By ดช แมว คับ on 2008-07-11 02:55

Hot! Hot! Hot!

โดนอีกแล้ววว

ชอบญี่ปุ่น อยากเรียนภาษาอยู่เหมือนกัน

แต่

ความขี้เกียจเข้าครอบงำเลยยังไม่ได้เริ่มอะไรเลยยย


ง่าsad smile

#42 By chill on 2008-07-12 20:02

สู้ๆ นะคะ 55 ทุกคนเลย

#43 By jan on 2008-07-18 01:06

m(__ __)m ขอบคุณมาก ๆ เลยคับพี่โต้ง
(>Q<) ต้องใช้เวลาแล้วก็ต้องจับจังหวะให้ได้ (>_<)/

กัมบะริมัสคับ =^_^=

#44 By แมวน้ามแปดอ้วนๆ (124.120.165.132) on 2008-07-23 22:32

จริงค่ะ อันนี้จริงเลย หนูก็เป็นน่ะ ไอประเภท วันนี้กรูทำด้ายเว้ย จู่ๆ ก็เกิดท่องขึ้นมาได้ซะงั้น

แต่จู่ๆก็ขี้เกียจขึ้นมาซะเฉยๆ ก็เป็นเหมือนกันค่ะ ภาษาญี่ปุ่นมันจะว่ายาก ก็โคตรยาก จะว่าง่าย มันก็ง่ายแหละ แต่เราเข้าใจรึเปล่า อีกเรื่องนึงน่ะ sad smile สู้ๆค่ะ หนูว่าจะเจริญรอยตามบ้างน่ะเนี้ย อิอิ

#45 By ~*:B.u.a.B.L.i.E:*~ on 2008-07-27 16:57