เมื่อผมมาเรียนเกษตรที่ญี่ปุ่น
posted on 03 Jul 2008 13:48 by future7
ในอนาคตอันใกล้ใครจะไปรู้ ...
บางทีเราอาจจะสามารถใช้ปุ๋ยอินทรีย์ (ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก) แทนปุ๋ยวิทยาศาสตร์ได้
ปัจจุบันเรื่องการใช้ปุ๋ยเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับปุ๋ยเคมียังยาก
หรืออาจจะเรียกว่ามันเป็นความเพ้อฝันทางด้านความคิดกันเลยทีเดียว
ให้ปุ๋ยเคมีไปหนึ่งร้อย พืชก็ตอบสนองกลับมา (ทางด้านผลผลิต) เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์
แต่ถ้าเราให้ปุ๋ยอินทรีย์ ผลผลิตที่ได้รับกลับมาอาจจะแค่ไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ดี
ถามว่าถ้าผมเป็นเกษตรกรผมเลือกอันไหน ผมก็ต้องบอกว่าเลือกอย่างแรกอยู่แล้วครับ
จะทำอย่างไรดีให้เกษตรกรอย่างเราๆ หันกลับมาเลือกอย่างที่สองบ้าง
มันก็มีอยู่หลายวิธี ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลายาวนานอยู่สักหน่อย
แต่ก็นั่นแหละครับ ใครจะไปรู้ล่ะว่า
เราจะสามารถนำสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด
เท่ากับประโยชน์ที่มันมีอยู่จริงๆ มันจะสุดยอดแค่ไหน
ยังมีความลับมากมายในปุ๋ยอินทรีย์ที่เรายังไม่รู้จัก
ในเมื่อมันเป็นความลับก็คงยากอยู่สักหน่อยที่จะค้นพบคำตอบได้อย่างง่ายดาย
ด้วยความคิดที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม (แบบผม) แบบไร้อุดมการณ์
ผมก็แค่คิดจะเอาสิ่งที่มีอยู่มาใช้ให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดนี่แหละ
ไม่เพิ่มมลพิษให้มัน แต่ให้มันหมุนเวียนกลับไปกลับมา และแถมยังให้มันใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
ศัพท์ทางเกษตรเขาเรียกว่า "เกษตรยั่งยืน"
ยั่งยืนในที่นี้หมายความว่า มันจะสามารถหมุนวนเป็นวัฎจักรแบบนี้ต่อไปได้ด้วยตัวของมันเอง
โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติมส่วนแปลกปลอม (สารเคมี) ลงไปมาก
ถึงจะเพิ่ม ก็อาจจะเพิ่มเติมในส่วนที่เหมาะสมที่พืชสามารถดูดเอาไปใช้ได้อย่างเพียงพอในการเจริญเติบโต
หลักคิดในการทำเกษตรแบบนี้มีอยู่สองอย่างครับ
อย่างแรกก็คือคิดแบบง่ายๆ โดยการควรให้ปุ๋ยยังไง เท่าไหร่ พืชถึงนำไปใช้ได้อย่างพอเพียง
อย่างที่สองก็คือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมมันซะเลย
อย่างเช่นถ้าต้องการพืชที่ทนเค็ม ก็ปรับปรุงพันธุ์ให้มันทนเค็มไปเลย
ผมไม่ชอบอย่างหลัง เพราะมันเป็นการเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมมากเกินไป
เอะอะก็จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันเสียท่าเดียว
ปัญหาพืชไม่สามารถดูดใช้ปุ๋ยอินทรีย์ได้เนี่ย ในแง่ของนักปรับปรุงพันธุ์ก็มองไปอีกอย่าง
ในเมื่อพืชปกติมันดูดมาใช้ไม่ได้ ก็ไปเปลี่ยนแปลง ค้นหายีนให้มันดูดได้ก็สิ้นเรื่อง
ดูเหมือนจะจบกันง่ายๆ
แต่ถ้าปัญหาเกิดมาอีกร้อยอย่าง เราก็จะมีพืชชนิดเดียวกันอีกหนึ่งร้อยชนิดตามมา
ในความคิดของผมนะ สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับโลกเรา มันคงจะถูกสร้างขึ้นมาให้สมดุลกันแหละ
การที่เราไปเปลี่ยนแปลงสมดุลของธรรมชาติมากแบบนี้
ในอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ยังไม่อาจทราบได้ใช่ไหมครับ
ผมเลยคิดว่าการคิดจากพื้นฐานปกติที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที
อย่างเช่นการให้ปุ๋ยเนี่ย อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงสาขาหรือกิ่งก้านเล็กๆ ของคำว่าเกษตรยั่งยืนก็เถอะครับ
แต่ก็เป็นอะไรที่ท้าท้ายความคิด ความสามารถของเราดีอยู่เหมือนกัน
ผมได้มีโอกาสไปลงคอร์สเวิร์คเรียนอยู่สองสามวิชา
ถึงแม้จะฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ก็สนุกดีเหมือนกันครับ
ประสบการณ์เรียนร่วมกับคนญี่ปุ่น เรียนเกษตรแบบคนญี่ปุ่น
ที่ผมกลับรู้สึกว่าเหมือนกำลังเรียนวิทยาศาสตร์ประยุกต์เสียมากกว่า
ไม่รู้สึกว่ามีความเป็นเกษตรมากเสียเท่าไหร่
แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สุดยอด และคุ้มค่าแก่การข้ามน้ำนั่งเรือบินมาเรียนครับ
ผมพอจะเข้าใจอยู่อย่างนึงว่า สิ่งที่เรามาเรียนอาจจะไม่ใช่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
อาจจะเป็นโลกทัศน์บางอย่างที่เรายังไม่เคยมอง หรือมองมันไม่เจอ
เป็นมุมมองอีกอย่างที่ผมก็รู้สึกทึ่งในความคิด ความอ่านของเขา
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปนั่งฟังบรรยายจากอาจารย์ท่านหนึ่ง
ที่ท่านได้กรุณาเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งการงาน การทำวิจัย ลักษณะความคิดแบบญี่ปุ่นๆ
ท่านก็ได้บอกเล่าว่า "ความล้มเหลว คือ ก้าวย่างแห่งทางสำเร็จอันยิ่งใหญ่"
ถ้าจะจริง อย่างที่อาจารย์ท่านได้กรุณาว่าไว้ครับ
นักวิทยาศาสตร์เก่งๆ มากมายทั้งหลายในโลก
ล้วนแล้วแต่เคยผ่านประสบการณ์ความล้มเหลวมาด้วยกันทั้งนั้น
จากคำพูดของอาจารย์ครั้งนั้น ก็ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า
ความสนุกสนานของการทำงานวิจัยจริงๆ อาจจะเป็นการพบกับความล้มเหลวนี่แหละ
แล้วเราควรทำอย่างไรดี หาทางไหนดี เพื่อเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นความสำเร็จ
มันคงน่าทึ่งตรงเรื่องรายล้อมระหว่างทางนี่กระมัง
ตอนนี้งานวิจัยที่ผมกำลังลงแรงทำอยู่ก็ดูท่าจะไม่สูญเปล่าเสียทีเดียวครับ
หลังจากที่พบกับความล้มเหลวกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์มาอยู่เสียพักใหญ่
เหมือนกับว่าเริ่มจะมองเห็นทางสว่างแล้วเหมือนกันครับ
ตื่นเต้นน่าดู ในวันที่ผมจะสามารถใช้ปุ๋ยอินทรีย์ล้วนๆ เทียบเท่ากับปุ๋ยเคมีได้
จะดีแค่ไหน ถ้าสิ่งที่ผมได้ ผมไม่ได้ทิ้งไว้ที่นี่ แต่มันยังสามารถติดตัวผมกลับบ้านได้ด้วย
ใครจะไปรู้ล่ะว่า ...
วันนึงที่ว่านั่นอาจจะเดินทางมาถึงในเวลาไม่ช้านี้

สู้ๆนะค่ะ สู้ๆพยายามเข้าค่ะ
ดูเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ต่อให้ปุ๋ยอนินทรีย์ไม่มีอันตราย
แต่ก็ยังเป็นสิ่งสังเคราะห์
ดูแล้วไม่คุ้นเคย
ผมคุ้นตากะกองขี้ควายแถว ๆ บ้านมากกว่าเยอะ ^ ^
(แต่ใครเอาขี้ควายไปใส่ผักชีแล้วมาขายนี่ ไม่เอานะ ไม่กินนนนน TAT )
#1 By ...โนโนโมเอะคุง... on 2008-07-03 14:18