ฮาวทู กรู อยู่กับคนญี่ปุ่น(หมู่มาก) ตอนที่ ๔
posted on 25 May 2008 14:47 by future7
เฮ้ยยย...
เชื่อเหอะครับ มีคนกลับไปอ่านย้อนเอนถี่ที่ผ่านมา
ต้องขอบคุณมากมายที่ให้ความสนใจครับ
แล้วที่สำคัญคนที่อยู่ที่นี่(ญี่ปุ่น)มาอ่านด้วย
เริ่มเสียวสันหลังวูบๆ วาบๆ ครับ
นอกจากนั้นยังขึ้นฮอตโพสสองเอนทรี่ซ้อน
โอ้วววววววว.....ไม่นะ ได้โปรดเอาผมลงจากฮอตโพสครับ
มันอันตรายต่อชีวิตยิ่งนัก พลีสสสสสสสสสส


วอนเว็บมาสเตอร์ช่วยปลดผมลงจากฮอตโพสทีครับ
โอเนะไง ดะกะระ (มันแปลว่า ขอร้องเถ๊ออออะ)





เรียนท่านผู้อ่าน กรุณาอย่าแจกดาวครับ
ผมไม่อยากโดนกระทืบครับ
แถวๆ เอ็กซ์ทีนเนี่ย สาวกพี่ยุ่นเพียยบ นั่นทำให้ผมอาจจะไม่ตายดี
ต้องปิดบลอคทำลายตัวเองไป ฮา ฮา
โทนิกะกุ จบเรื่องนั้น เรามาว่าเรื่องต่อไป ...
หลายคนสงสัยในหลายเรื่อง แต่ผมขี้เกียจตอบครับ
(มรึงซึ่งๆ แบบนี้กันเลย จะไม่อ้อมค้อมกันหน่อยรึ)
ไว้จะเอามารวมตอบทีเดียวในโอกาสต่อไป
รู้หรือไม่ว่า ...
เรากำลังจะก้าวสู่
"ฮาวทู กรู อยู่กับคนญี่ปุ่น (หมู่มาก)"
ตอนที่ ๔ แว้ววววววว (พรากผู้เยาว์ มอมเมาเยาวชน)
วันนี้ไม่ฮา มาเครียดครับ
ข้อไหนแล้วฟระ?
มาต่อที่ข้อสิบห้า....
บางทีเราอาจจะผิดที่เกิดมาเป็นคนต่างชาติ(หัวดำ ตาสีดำ)
นั่นแหละ บางทีเราอาจจะผิดตั้งแต่เกิดมาแล้วครับ
พี่ยุ่น(บางคน)ที่หัวโบราณคร่ำครึ ไม่เคยออกจากเกาะ
บางคน เน้นย้ำครับ บางคน เกลียดคนต่างชาติเข้าไส้
คือการที่กรูมาจากเอเชีย มีบรรพบุรุษขี่ช้างรบรากันในอดีตนี่ มันผิดมากไหม?


แล้วกรูถามหน่อยเหอะ ญี่ปุ่นเนี่ย มันไม่เอเชียตรงไหน?????

เชื่อหรือไม่ ? พี่ยุ่นบางคนมีความคิดว่าเกาะนี้หาใช่เอเชียไม่
แต่เป็นสถานที่พิเศษคล้ายกับยุโรป ...
กรูว่ามรึงตกภูมิศาสตร์กันชัวร์ ไปแหกตาดูแผนที่โลกสิ
"มันบอกว่า มรึงเอเชียเหมือนกรูเว้ยยยยย"
ห่านนน ติดเกาหลี ด้านล่างไต้หวัน ถัดไปเป็นจีน
แล้วมรึงจะเป็นยุโรปได้ไง๊ ทั้งๆ ที่รอบด้านมรึงล้อมรอบไปด้วยชนชาติตาชั้นเดียว
นั่นแหละ บ้าบอ คอหัก สิ้นดี
เรื่องรังเกียจคนต่างชาตินี่ ผมเคยเจอมากับตัว
มีครั้งนึงผมปั่นจักรยานไปกับเพื่อน และเราก็ติดไฟแดงกันพอดี
คุยกันภาษาไทยเฮฮา เอ้า มีไรมั้ย กรูคนไทย
ไม่นานนัก ไอ้กระผมกับเพื่อนก็รู้สึกได้ถึงรังสีออโรร่าอมหิตเข้าให้
มีลุงๆ ป้าๆ สองสามคนแถวนั้น
เมื่อหูกระดิกว่าพวกมรึงสองตัวไม่ใช่ยุ่นแน่ๆ

เขาและเธอเหล่านั้น (ถ้าอยากให้อารมณ์แบบภาษาปะกิด ก็ ฮี ชี อิท กันไป)
ใช้หางตามองมา พร้อมกันนั้นก็แผ่รังสีอมหิตตามมา
จนทำให้กรูทั้งสองรู้สึกได้ว่า มรึงรังเกียจกรูมาก
(ถ้าคิดไม่ออก ให้จินตนาการว่า ซุน โกคู กำลังจะกลายเป็นซุปเปอร์ไซย่านั่นแล)
พร้อมกันนั้นก็ซุบซิบนินทากันไป แต่ขอโทษ กรูฟังออกเฟ้ยยย
(แม่ม แทบจะลากแตะไปตบปากกันเลยทีเดียว)
ไม่ทราบว่ากรูไปฆาตรกรรมพ่อมรึงตาย
หรือข่มขืนลูกสาวมรึงตอนไหนฟระ
การที่กรูเกิดมาเป็นคนต่างชาติ แล้วมาเรียนที่บ้านเมืองมรึงนี่ผิดมากไหม?
แล้วไหงตอนกรูลงจากสนามบิน มรึงแปะป้ายหรา
"นิฮง เอะ โยโคสะ" (ยินดีต้อนรับสู่ประเทศญี่ปุ่น)
ห่านลาก ... คราวหลังอย่าโยโคโสะกรู
พลีสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
ใจเย็นๆ (มรึงกำลังเขียนฮาวทูอยู่นะ)
ข้อสิบหก....
ควรข้ามถนนตรงทางม้าลาย
ทางม้าลายแถวนี้ มีไว้ข้ามจริงๆ หาได้เขียนให้ถนนเป็นลายทางเหมือนบ้านเราไม่
ฉะนั้น อย่าเสร่อ อยากข้ามตรงไหนก็ข้ามครับ
วัฒนธรรมนั้น ถูกงดใช้ชั่วคราวในประเทศพี่ยุ่น
ที่ญี่ปุ่นมีแยกหลายแบบ หลายซับหลายซ้อน
ไฟแดงบางที่ปล่อยเขียวพร้อมกัน บางที่ปล่อยพร้อมกันแม่มสี่ด้าน
บางที่ก็ปล่อยทีละด้าน
มรึงจะทำให้มันเหมือนๆ กันไม่ได้หรือออ...
นั่นแหละครับ เพื่อความปลอดภัย เหมือนภาษาญี่ปุ่นว่าไว้
"อันเซน ไดอิจิ"
ความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง หรือปลอดภัยไว้ก่อน
ถ้าจะกระแดะปะกิดก็ต้องว่าเซฟตี้เฟิร์ส บลาๆ ไป
และถึงแม้ว่ารถจะไม่มา แต่มันไฟแดงอยู่ ก็อย่าเพิ่งข้ามครับ
ทำตามกฎแล้วชีวิตคุณจะสดใส
รอคอยจนกว่าจะถึงไฟเขียว แล้วค่อยข้ามชีวิตจะปลอดภัย
หรือถ้าท่านจะเสร่อแป๊ะ ข้ามตอนที่ไฟมันยังแดงอยู่
ข้ามไป รถชนตาย ใครจะรับผิดชอบครับ
แถมดั๊นเกิดมายังมีตรามนุษย์ต่างด้าว แปะหราอยู่ที่หน้าผากด้วยเสียอีก
แบบนี้เราจะมีแต่เสียกับเสียครับ
ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน(อันเล็กน้อย) ของเรา
แนะนำว่าข้ามถนนตรงทางม้าลายนะครับ
แล้วชีวิตในยุ่นปี่ของท่าน จะสวยงามสดใส ไฉไลต่อไป ...
ฮา ฮา
ข้อสิบเจ็ด...
อย่าอยู่ญี่ปุ่นนานเกินหนึ่งปี
(ข้อนี้ ซีเรียส และมืดดำทางความรู้สึกเป็นยิ่งนัก)
หนึ่งปีแรกในญี่ปุ่นจะเป็นชีวิตที่สดใสไฉไล มีความสุขมากที่สุดในชีวิตของท่าน
ทุกอย่างจะดูเป็นสีชมพู งดงาม สวยหรู
เค้าเรียกว่าช่วงแฟนใหม่ กรูยังรักใคร่กันดีอยู่
หรือจะเรียกว่าช่วงข้าวใหม่ปลามัน ก็คงจะไม่ผิดนัก
แม่ม อันนั้นก็โคตรดี อันนี้ก็โคตรเท่ห์
ทำไมบ้านกรูไม่มีแบบนี้บ้างฟระ แล้วห่านเมื่อไหร่ประเทศเราจะเจริญ
สามเดือนแรก กรูก่นด่าประเทศตัวเองอย่างเดียว
หลังจากหกเดือนผ่านไป เราก็ยังคงร่าเริง
ยิ่งใครตั้งใจจะมาเรียนภาษาเนี่ย ต้องบอกว่าเวลาทองครับ
คุณจะรักประเทศเกาะนี้ม๊าก มาก
แทบอยากจะแหกตูด พี่ยุ่นมาดมกันเลยทีเดียว ฮา ฮา
หลังจากหกเดือนผ่านไป เข้าสู่เดือนที่เจ็ด แปด เก้า และสิบ
ก็ยังดีอยู่ ความสัมพันธ์ยังดีงาม
ถ้าเข้าสู่ปีที่สองเมื่อไหร่ ...
คุณจะเริ่มสงสัย ใคร่ถาม สับสน วกวน
ถ้าเป็นคู่แต่งงานกันก็อาจจะบอกได้ว่า กรูเริ่มสับสนว่ากรูมาแต่งกับมันทำไม
ก็คงเหมือนกับคู่แต่งงานที่มีกลิ่นตุๆ ถึงอะไรบางอย่าง
ไม่แน่ใจนักว่ามันคืออะไรกันแน่ เลิกดี ไม่เลิกดี แต่ยังสู้ไหวน่ะ
เข้าปีที่สามเมื่อไหร่ เกิดอารมณ์กรูอยากจะหย่าขาดกับมัน
ไม่เอาแล้วเฟ้ยยย
มันเหมือนกับว่ายิ่งเราอยู่ไกลพี่ยุ่นเท่าไหร่ เราก็จะรักเค้ามากขึ้น
แต่เข้าใกล้มากขึ้น ก็จะรู้สึกได้ครับว่ามันไม่ใช่
สังคมแบบนี้กรูไม่ต้องการ กรูกดดัน ใครก็ได้ช่วยฉุดกรูออกไปที
พลีสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
ถ้าจะให้เทียบเป็นร้อยละ
ผมว่าค่าความกดดันในสังคมของประเทศนี้มากกว่าบ้านเราร้อยเท่า
นั่นอาจจะเป็นเหตุผลนึงว่า ทำไมคนแถวๆ นี้ถึงไม่สนใจใคร
ฮา ฮา
จบเครียดๆ ได้ไงฟระ
เอนถี่นี้ไม่ฮา มาเครียดครับ
ปล อ่านว่า ปน
จบแล้ว ...
โอะทสึคะเระซามะเดสชิตะ
จากเอนถี่นี้ไป อาจจะเว้นว่างไปสักระยะครับ
ไปต่อสู้ชีวิตในเมืองยุ่นต่อไป ....
つづく

อ่าๆ ไม่เอาดาวก้ไม่ให้ ครึๆ
แต่ผมว่ามันก้ไม่ได้เสียหายนะฮะ เขียนข้อเสียเสียบ้าง คนที่มองแต่ด้านดี(อย่างผม)จะได้รุ้อะไรๆมากขึ้นก่อนตัดสินไปที่นั่น อุอุ
#1 By 【~でんしゃくん~】 on 2008-05-25 15:09