ฮาวทู กรู อยู่กับคนญี่ปุ่น(หมู่มาก) ตอนที่ ๓
posted on 24 May 2008 14:00 by future7
สวัสดีครับ มินะซัง (มันแปลว่าทุกคนง่ะ)
ไม่น่าเชื่อว่าบลอคแย่ๆ นี้จะถูกผลักดันให้ขึ้นฮอตโพสจนได้
ยังไงต้องกราบเท้างามๆ ขอบคุณสักสามสี่ห้ารอบครับ
ทำให้ยอดผู้อ่านพุ่งทะลุไปถึงสองร้อยกว่าแล้ว
ภายในชั่วระยะเวลาข้ามคืน มากมายทีเดียว
(เมื่อเปรียบเทียบจากยอดเดิม 10 คนถ้วน ฮา ฮา)
แต่คราวหลังไม่ต้องผลักดันผมขึ้นฮอตโพสแล้วนะงับ
กลัวแฟนๆ พี่ยุ่นจะเข้ามากระทืบสดในบลอค ฮา ฮา
(แล้วใครที่ไหนเค้าบอกจะผลักดันแกเล่า เอ้ออ )
โทนิกะกุ ถ้าเราจะกระแดะพูดเป็นฝรั่งก็ควรพูดว่า
anyway สินะ
หลายคนอ่านมาถึงเอนถี่นี้ อาจจะเริ่มสงสัย
"นี่มรึงไม่มีความสุขกับการอยู่ญี่ปุ่นเลยหรอวะ"
เมื่อสงสัย (ใครสงสัยฟระ) ผมก็จะไขให้ฟังครับ
ผมยังมีความสุขกับการอยู่ที่เกาะ(แล้งน้ำใจ) แห่งนี้อยู่
อย่างที่ผมได้บอกไปตั้งแต่เอนถี่แรกๆ แล้วว่า
เรื่องดีดีในประเทศนี้ ถ้าคุณอยากรู้ ให้ไปร้านหนังสือ
ซื้อหนังสือนำเที่ยวสักเล่มมาอ่าน
พ็อกเกตบุคไปญี่ปุ่นหน้าปกงามๆ เขียนเรื่องสนุกมีมากหลาย
นั่นแหละ อันนั้นคุณจะได้ซึมซับ ซาบซ่านกับข้อดีของพี่ยุ่นได้เต็มที่ครับ
แถมมากกว่านั้นยังบอกวิธีซึมซับวัฒนธรรมผ่านๆ ให้เสร็จสรรพด้วย
ฮา ฮา
เมื่อเอนถี่ที่แล้วเรื่องการชิดเวลาขึ้นบันไดเลื่อน
มีท่านผู้รู้จริงได้กรุณาให้คำตอบว่า
"โตเกียวชิดซ้าย โอซาก้าชิดขวา" ครับ
เลยทำให้เราสามารถจินตนาการตามได้ว่า
แถบๆ คันโต จะชิดซ้าย และคันไซคงจะชิดขวานะครับ
ขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับ
อะริงะโต้ ซาโยนาระ (แกจะลาก่อนทำไมฟระ)
และเรื่องไม่น่าเชื่อก็ได้เกิดขึ้นครับ
เพราะเรากำลังจะก้าวสู่
"ฮาวทู กรู อยู่กับคนญี่ปุ่น (หมู่มาก)"
ตอน ๓ มาได้ไงฟระ (เหมือนซีซั่นสามมั้ย ฮา ฮา)
หลายคนคงอดรนทนไม่ไหวว่าควรทำไง
ชักช้าอยู่ใย เราก็มาฮาวทูกับข้อสิบเอ็ดกันต่อ..
ข้อสิบเอ็ด....
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
จากผลสำรวจของสถาบันอุเอะโนะโดบุสสึโคเอ็งพบว่า ...
(ได้ข่าวว่ามันเป็นสวนสัตว์นี่หว่า)
ร้อยละแปดสิบของประชากรยุ่น ล้วนเก่งด้านตอ.แหลลงตับ
ไม่ว่าจะเป็น สุ่โก่ยยย โออิชี้ คาวาอี้... หน้าบี้ ก็ตามที
สถาบันยังพบอีกว่า เราควรจะตื่นเต้น ตอแหล
และตะลึงพรึงเพริดกับอะไรให้ง่ายเข้าไว้
แล้วชีวิตเราจะสามารถซึมซับความสุขได้อย่างเต็มที่
อีกอย่างที่พึงกระทำ ..
ไม่ควรสุงสิง สนทนา ยิ้มร่าให้คนแปลกหน้า หรือหน้าแปลก
มิเช่นนั้นคุณอาจจะเข้าข่ายโดนโบ้ยใบ้หาว่าบ้า
นอกจากนี้เวลาขึ้นรถไฟในชั่วโมงเร่งด่วน
เป็นธรรมดาที่มันต้องมีกระทบกระทั่งเหยียบนิ้วตีนกันขึ้นมาบ้าง
กรุณาอย่าโกรธ ตีหน้าซื่อ สงบใจไว้
เพราะคนที่เหยียบตีนคุณมะกี้ จะส่งภาษามาถาม "ไดโจบุเดสก๊ะ"
(มันแปลว่ามรึงเป็นอะไรมั้ย)
แต่จริงๆ แล้วพี่แกไม่ได้อยากรู้หรอกว่ามรึงจะเป็นอะไรมั้ย แค่ถามตามมารยาท
บางทีเรานอนตายอยู่ พี่แกอาจจะไม่ยื่นมือมาช่วยเลยก็มี
ฉะนั้น เราไม่ควรที่จะตอบว่า
"กรูเจ็บตีนจะตายอยู่แล้ว ยังมีหน้ามาถามกรูอีก"
ควรจะเสแสร้ง และยิ้มหน้าเจื่อนๆ ตอบกลับไปว่า
"ไฮ่ ไดโจบุ" (กัดฟันแล้วพูดไป กรูไม่เป็นไร)
แม้ตอนนั้นเลือดจะเต็มตีน เพราะโดนส้นรองเท้ายัยเจ๊มะกี้จิกอยู่ก็ตามที
แต่ถึงจะตอบไปว่ากรูใกล้จะตายแล้ว พี่ยุ่นก็จะไม่ช่วยและแตะต้องตัวคุณเด็ดขาด
เราควรตอแห.ล เยียวยาตัวเอง ด้วยตัวเอง
ดั่งที่ภาษิตไทยว่าไว้ "ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน"
ข้อสิบสอง...
วันใดวันนึงฉันจะถูกลวนลาม (แน่)
อย่างที่รู้กัน เมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า มักจะมีการลวนลามเกิดขึ้นเสมอ
ในรถไฟ ญ สาวร่างบอบบาง ถูกทาบร่างไว้โดยชายฉกรรจ์ซารารีมังสี่ห้าคน
คิดดูสิ มันจะขนาดไหน รถไฟที่แน่นขนัด แทบร่างจนจะเป็นผัวเมียกันคารถไฟแล้ว
วันดีคืนร้าย ขณะที่เรายืนห้อยโหนโจนทะยานอยู่บนรถไฟ
อาจจะมีมือแปลกๆ สอดเข้ามาใต้กระโปรง
ถ้าเจอแบบนั้นบนรถไฟ เราควรทำยังไงดี?
ผมแนะนำว่า ควรสงบจิตใจสักแป๊บ ให้ลุงแกลูบไปสักทีสองที
จากนั้นเอามือที่เราเกาะเกี่ยวห่วงอยู่นั้นตะปบไปที่มือนั่น
จากนั้นตะโกนกรีดร้อง อย่างบ้าคลั่ง
(อย่าอายเพราะเรากำลังโดนลวนลามอยู่)
คุณควรกรีดร้องให้สุดเสียง พร้อมกับตะโกนว่า
"เฮนไตๆ " (ไอ้โรคจิต,ลามก,บ้ากาม)
อย่าไปด่าว่า ไอ่เหี่ย นะครับ เพราะพี่แกคงฟังเราไม่อ๊อก
หรือด่าว่าไอ่หน้าวอกนี่ก็ตกไป
เพื่อให้พี่แกเข้าใจเราได้อย่างลึกซึ้ง ควรด่าด้วยภาษาญี่ปุ่นครับ
หลังจากนั้นทุกสายตาจะสอดส่องมองมาที่เรา
ควรใช้โอกาสที่ดีอันนี้ เพื่อความสมบทบาท
ตีบทแตก ดั่งนางเอกละครไทย ร้องไห้เป็นวรรค เป็นเวร
ร้องขอความช่วยเหลือ
(ไม่ควรอาย เพราะความอายทำให้ชีวิตเราแย่ลง)
เมื่อมันลวนลามเรา เราไม่ควรยอม
และอย่าให้ลุงแกได้เกิดเป็นครั้งที่สองครับ
ให้โดนคุมขังไปสงบจิตใจในคุกสักพัก
เผื่อลุงแกจะสำนึกได้ว่า "สิ่งที่มรึงทำไปมันผิดโว้ยย"
ฮา ฮา
ข้อสิบสาม...
ไอ แคน นอท สปีค อิงลิช
หลายท่านอาจจะเคยประสบปัญหาย่ำแย่กับภาษาอังกฤษ
เรียนไม่รู้เรื่อง พูดไม่ได้ เวลาที่เราอาศัยอยู่ที่บ้านเกิด
อย่ากระนั้นเลย เมื่อใดที่ท่านได้เอาตีนเหยียบลงบนเกาะ
ท่านจะพบว่าระดับภาษาอังกฤษของเราที่ต่ำต้อยได้ถูกยกให้สูงขึ้น
กรูว่ากรูแย่แล้ว ยังมีคนแย่กว่า
นี่อาจจะเป็นข้อดีข้อนึง ที่เราไม่ได้เกิดมาบนเกาะนี้
อย่าคิดว่าทุกคนบนเกาะแคนสปีค อิงลิช
ถึงแม้ว่าปัจจุบัน จะมีคนพูดได้มากกว่าเมื่อก่อนก็ตามที
เราก็ไม่ควรหวังน้ำบ่อหน้าว่าจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้เสมอ
อย่ากระนั้นเลย ก่อนมาเราควรฝึกภาษามาสักสองสามภาษา
อย่างแรกคงหนีไม่พ้นภาษาญี่ปุ่น
เอาง่ายๆ กิน ขี้ ปี้ เยี่ยวได้ก็พอแล้วครับ
หลังจากนั้น ไปฝึกหัดการสื่อสารโดยภาษามือ
หนักกว่านั้นลองหัดภาษากายมาด้วยได้จะยิ่งดี ฮา ฮา
หรือไปลงเรียนคอร์สการแสดงละครใบ้ด้วย อาจจะสื่อสารได้มากขึ้นครับ
อันนั้นพูดเล่นๆ ไม่ได้จริงจังแต่อย่างใด
แค่จะบอกว่า บางทีการที่พูดภาษาอะไรไม่ได้เลย ก็มาที่นี่ได้ครับ
อย่าวิตกจริตมาก แต่ให้เตรียมใจให้มากไว้เป็นพอ
เมื่อใดก็ตามที่ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อมาเกาะ
"ชีวิตนี้ไม่ได้เป็นของกรูอีกต่อไปแล้ว"
เพราะเราจะมาเจอมนุษย์ที่พูดแต่ภาษาญี่ปุ่น
คันจิยึกยือเต็มไปหมด
เจอคนหัวแดง หัวสี แต่มันพูดกับเราไม่ได้
อารมณ์ประมาณ "ลอสต์ อิน ทราน สเลชั่น"
เป็นเรื่องปกติครับ ทุกอย่างมีทางออก ใจเย็น แล้วทุกอย่างจะดีเอง
ถ้าเราสับสนในตัวเองจริงๆ ให้เดินเข้าไปหาพี่ยุ่นสักคน
แล้วลองถามเป็นภาษาอังกฤษไป "ฮู แอม ไอ"
ท่านจะได้รับกับคำตอบอันน่าทึ่งเป็นที่สุด
"โอ เก๊ะ" (โอเค)
ตึ่ง
(มันเกิดความผิดพลาด เราถามอย่าง พี่แกตอบมาอย่าง)
ข้อสิบสี่...
มีร่มไว้ไม่เสียหาย
หลายคนอาจจะรู้ แต่บางคนก็อาจจะยังไม่รู้ว่า
ห่าฝนประเทศนี้นี่มันมากมายขนาดไหนกัน ?
ประเทศเกาะ ที่ฝนตกตลอดทุกฤดูกาล
ไม่ว่าจะเป็นใบไม้ผลิ ก็ฝนตก
หน้าร้อน ก็ฝนตก
ใบไม้ร่วง ก็ฝนตก และฤดูหนาวหิมะตกไม่พอ ฝนกับหิมะตกพร้อมกัน
และที่สำคัญมากกว่านั้น ช่วงฤดูฝน (ทสึยุ)
ฝนสามารถตกต่อเนื่องกันสามวันติดโดยไม่หยุด
ด้วยเหตุผลทางด้านภูมิประเทศข้างต้น
มีร่มพกไว้กับตัวจึงไม่ใช่เรื่องที่เสียหายนัก
ถ้าอยากจะให้เก๋ไก๋ คุณควรเลือกซื้อร่มที่เสมือนหนึ่งใช้กันแดดได้
กันฝนได้ กันหิมะได้ เอากันได้ทุกอย่าง
ซื้อครั้งเดียว เที่ยวได้ทั่วญี่ปุ่น เค้าว่างั้น
นอกจากซื้อที่ใช้ได้ทุกฤดูกาลแล้ว ควรซื้อที่มันดูท่าว่าจะแข็งแรงด้วยครับ
ไม่ใช่ซื้อกิ๊กก็อก ร่มใส แอ๊บแบ้ว
บางคนอาจจะคิดว่าแท้จริงแล้วพี่ยุ่นฮิตใช้ร่มใสๆ กัน
ความจริงมันไม่ได้ฮิตมากมายหรอกครับ
แค่บนเกาะนี้มันขายแต่ร่มใสๆ เพื่อง่ายต่อการรีไซเคิลเท่านั้นเอง
ทำเอาพี่ไทยจินตนาการตามไปว่า มันโรแมนติกยิ่งนัก
เวลาฝนตก ไต้ฝุ่นเข้า
แรงลมขนาดสามร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง วินาทีนั้นโรแมนติกไม่ออกครับ
ในใจมีแต่คิดว่า ทำยังไงกรูจะเอาตัวรอดจากภัยพายุนี้ไปได้
มีร่มไว้ อย่างน้อยกรูก็อุ่นใจได้ว่า ... กรูรอด
แต่ถ้าจะตายเพราะก้านร่มแทงตาย
ก็ยังถือว่ากรูได้ตายในหน้าที่
ไม่ได้ตายเพราะพายุ กรูได้ป้องกันตัวถึงที่สุดแล้ว
และนั่นมันคงเป็นการตายแบบสุดวิสัยจริงๆ
ฮา ฮา
ผ่านมาถึงข้อนี้แล้ว เกิดอาการเหนื่อยขึ้นมากระทันหัน
ขอหยุดไว้สักพัก แล้วจะมาฮาวทูกันต่อไป
เดะวะ อิโจเดส
(จบแล้วงับ)
โอะทสึคะเรซามะเดส
ขอบคุณที่เหน็ดเหนื่อยอ่านจนจบครับ

ชอบมากค่ะ
เรากำลังหัดพูดญี่ปุ่นอยู่
ตอนนี้สมองเน่าไปเพระา ตัว ฮิงารานะไปแล้ว ฮือๆ
อริกาโตะค่ะ ขอแอดไว้เลยแล้วกัน ชอบบทความคุณมาก
#1 By [ギッグ] k i k n a k a * on 2008-05-24 14:36