ฮา ฮา อากาศมันร้อนๆ ก็มาเขียนเรื่องเย็นๆ ชโลมจิตใจละกันนะครับ

วันนี้ขอนำเสนอ

"ฮาวทู กรู อยู่กับคนญี่ปุ่น (หมู่มาก)" ขำๆ

 

 


ข้อแรก ...
อย่าเดินแตกแถว หรือแซงคิวเป็นอันขาด ไม่ว่าจะซื้อของ บะหมี่
แม้แต่อะไรก็ช่างที่คนกำลังรอคิวกันอยู่  รวมถึงสวนสนุก

เพราะ....


คุณจะโดนเหยียดหยามด้วยสายตา เจือความอาฆาตอยู่
คนญี่ปุ่นไม่ชอบพูด แต่จะให้รู้สำนึกเองว่า ที่มรึงทำอยู่นี่ "ผิดแล้วโว้ยย" 
โดยการสอดสายตา มองด้วยหางตา และหากคุณเป็นคนต่างชาติ
ความผิดที่มีอยู่ในชีวิต ก็จะเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ

แต่ไม่ต้องคิดมากครับ ...
ในสมองคนญี่ปุ่น (ไข่ในหิน) ถ้าฟังไม่ออก
จะจินตนาการไว้ก่อนว่า คนต่างชาติพวกนี้ ไม่จีน ก็เกาหลี
รอดตัวไปครับ ถ้าเราไม่ได้เกิดมาหัวแดง ตาสีฟ้าอ่ะนะ
อันนี้คนญี่ปุ่นแถวๆ นี้เค้าเทิดทูนกันครับ ฮา ฮา 

ถ้าใครได้มีโอกาสมาเหยียบเกาะไข่ในหินนี้ ก็อย่าลืมกฎข้อนี้ครับ สำคัญๆ

 

 

 

ข้อสอง ....

พูดขอโทษให้อยู่ในกมลสันด.านของคุณให้ได้ แล้วชีวิตคุณจะมีความสุข
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกผิด หรือสำนึกได้ก็ตามที

คำขอโทษเหมือนคำทักทายครับ นิดๆ หน่อยๆ ก็ขอโทษ
มันไม่ได้มาจากใจครับ มันมาจากปาก 
ฉะนั้นอย่าคิดว่า "ซุมิมาเซ็น"  (ขอโทษ) และ "โกะเมงนะไซ" (ขอโทษ) จะมาจากใจนะ
ถ้าให้แน่ ต้อง "โมชิวะเกะโกะไซมาเซ็น" (กราบขอประทานโทษ) สิ กร้ากกกกกกก

จะขอโทษแบบไหน ความจริงแล้วไม่เกี่ยวหรอก

แค่จะบอกว่า บางทีที่เราได้ยินบ่อยๆ นั่น มันอาจจะเป็นแค่คำพูดติดปาก
คิดว่า วันๆ นึง คนญี่ปุ่นพูดคำขอโทษเกินสิบครั้งแน่
(กรณีที่ออกไปพบปะผู้คน ไม่ใช่เก็บตัวอยู่กับบ้านอ่ะนะ)

ฉะนั้นเรียนรู้ที่จะพูดขอโทษ คุณก็จะอยู่ในสังคมญี่ปุ่นสุขขึ้น
อีกเยอะ ...นะจะบอกให้

 

ข้อสาม ...

"โอะทสึคะเรซัง" ซามะ อะไรก็ว่าไป ...
แปลเป็นไทยง่ายๆ ที่ภาษาไทยไม่ใช้กัน "ขอบคุณที่เหน็ดเหนื่อย"

หลังจากทำกิจกรรมอะไรก็ตามเสร็จสิ้น
คนญี่ปุ่นของแท้ต้อง "โอะทสึคะเรซัง"

แม้กระทั่งกรณีหลังถ่ายหนังโป๊ เสร็จก็ยัง "โอะทสึคะเรซัง" 
ทำให้คิดเลยเถิดไปว่า หลังจากทำการบ้านเสร็จแล้ว
คนญี่ปุ่นแท้ๆ เนี่ย เค้า "โอะทสึคะเรซัง"  กันมั้ยครับ  ฮา ฮา

นั่นไม่สำคัญเท่าไหร่

การพูด "โอะทสึคะเรซัง"  หรือคำขอบคุณเหล่านี้
ถือเป็นการระลึกถึงความเหน็ดเหนื่อย การหยิบยื่นสิ่งดีดีให้กันด้วยคำพูด
หาใช่การกระทำไม่ ! 

เราจะได้ยินคำนี้บ่อยมาก ถ้ามีโอกาสแทรกตัวเข้าสู่สังคมญี่ปุ่นจริงๆ

คุณๆ ทั้งหลายที่ปรารถนาจะมีความสุขในสังคมนี้
ต้องพึงจดจำคำเหล่านี้ และรู้จักใช้มัน ชีวิตคุณก็จะเป็นสุขขึ้น

 

ข้อสี่ ....


"โออิชี้"  อร๊อย อร่อย 
คำนี้แสดงถึงอะไรหลายอย่างในวัฒนธรรมการพูด
การชอบพูดมาก เว่อร์  เกินความจริงเป็นที่สุด

หรือให้สั้นๆ กระทัดรัดได้ใจความแบบไทย

ใช้ว่า "ตอ.แ.ห.ล" คงไม่ผิดนัก

คนญี่ปุ่นจะสามารถรับรู้รสอร่อยได้ แม้กระทั่งยังไม่เคี้ยว !
แค่เเอาตะเกียบเข้าปาก ก็อร่อยแล้ว

โออิชี้  โออิชี้ หรือแม้กระทั่ง อุมั่ย ซึ่งเป็นญาติกับ โออิชี้ เราก็จะได้ยินอยู่บ่อยๆ

ถ้ามีโอกาสได้สัมผัสลึกล้ำลงไปมากกว่านั้น
ทีวีทุกช่องที่มีรายการเกี่ยวกับอาหาร พาไปชิม แหลก จะมีคำนี้ชูโรงเสมอ

โออิชี้ โออิชี้ 

ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้อร่อยเว่อร์ขนาดนั้น !


ผมเคยดูทีวีรายการนึง ในรายการนั้นแนะนำร้านนึงในเขตที่ผมอยู่
ด้วยความอยากรู้ อยากเห็น หรือจะเรียกสอดรู้ สอดเห็นก็ได้
ก็ไปชิม มันอร่อยจริงไหม โออิชี้ จริงหรือเปล่า?


สั่งเมนูที่ไปออกทีวีวันนั้นมากินทันที

 

ได้ผลสรุปเป็นเอกฉันท์ว่า


"มรึงตอ.แห.ล" นี่หว่า

 


จะว่าไงดีครับ นอกจากจะไม่ได้อร่อยมากขนาดนั้นแล้ว
ยัง "เค็มสาาดดดดดดดดด" กันเลยทีเดียว

แบบนี้เข้าทำนองคุณหลอกดาวได้ไหมครับ ฮา ฮา 

แบบนี้ใช้ "มาสซุ่ย" (ไม่อร่อย) แทนจะไหวมั้ยน้อง

นั่นแหละครับ ถ้าอยากไม่อยากเป็นทุกข์ และสุขกับชีวิตเล็กๆ บนเกาะนี้
ต้องเรียนรู้ที่จะ โออิชี้ กับอะไรง่ายๆ
แล้วถ้าเลเวลความตอ.แห.ล ของคุณมากขึ้น
ชีวิตคุณก็จะสุขเป็นล้นพ้นครับ ฮา ฮา

 

 

 

ข้อห้า ...(วันนี้มาห้าข้อ)

 

"ไฮ่"  ชีวิตนี้คุณควรไฮ่ มากกว่ารับ

จะอะไรก็ตาม เวลาสนทนากับคนญี่ปุ่น
คุณควรจะสวนกระแส แทรกตอบเป็นระยะไป

ไฮ่  เอ่  ไฮ่  อะโน...  โซเดสก๊ะ  บลาๆ

ถึงแม้จะผิดกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอันดีงามก็เถอะ
เมื่อรักจะมาอยู่บนเกาะ(ร้าง)แห่งนี้แล้ว

ถ้าเป็นหญิงไทยใจงาม เรียนรู้ขนบจบจากในวัง
คุณควรเปลี่ยนตัวเสียใหม่ครับ

การพูดแทรก ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับชาวยุ่นปี่
เพื่อสื่อให้คู่สนทนารู้ว่า คุณยังฟังอยู่ และยังคงสนใจในสิ่งที่เค้าพูด
หาได้ปล่อยปละละเลยละทิ้ง ให้พล่ามอยู่ฝ่ายเดียว

อารมณ์มรึงพล่าม กรูก็ต้องพล่ามด้วยเป็นระยะไป

ฉะนั้น คุณควร "ไฮ่" มากกว่าเงียบเฉย ละทิ้งความรู้สึกของคู่สนทนาไป
ยิ่งคุณแทรกสอดไฮ่ เข้าไปมากเท่าไหร่
คู่สนทนาชาวยุ่นของคุณก็มีความสุขมากขึ้นเท่านั้น 
เท่ากับว่า คุณกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องที่สนทนากันอยู่มากขึ้นเท่านั้น


เรียนรู้ที่จะไฮ่ แล้วชีวิตก็จะสุขขึ้น และยิ่งๆ ขึ้นไปครับ


อิโจ มันแปลว่า จบแล้วง่ะ

ไว้เบื่อๆ ว่างๆ จะมาเขียนฮาวทูให้อ่านกันต่อไป

 

 

โอะทสึคะเรซามะเดส

 

 

 

edit @ 22 May 2008 21:51:54 by future7

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดีๆ คร่าา จะตามอ่านเรื่อยๆนะคะ เร็วๆนี้มีเกณฑ์ต้องใช้ชีวิตกับคนญี่ปุ่นด้วยสิ

#1 By gallantfoal on 2008-05-22 22:01

Hot! จิ้มให้

#2 By gallantfoal on 2008-05-22 22:02

มาติดตามฮาว ทู คับ
บางเรื่องคนยุ่นปี่ก็ตอ.แ.ห.ล. เกินsad smile
ยิ่งไอ้อร่อยเนี่ย +บวกกับเวลากินต้องทำเสียงดังๆ
ให้ดูเอร็ดอร่อย
รู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก

แต่เขาพูด"ขอโทษ"เป็นงานอดิเรกจริงๆopen-mounthed smile

#4 By SEsai*นิค ณ cubic s. on 2008-05-22 22:20

เป็นเราปวดหัวตายค่ะ ที่จะมาพูดขอโทษๆตลอดทั้งวันเนี้ย
กว่าจะออกมาได้คำหนึ่ง กลั้นใจแล้วกลั้นใจอีก(?)

ส่วนเรื่อง โออิชิ และ อุมั่ย นี้เราเห้นด้วยมากค่ะ เคยสงสัยว่าบ้านเค้าอร่อยทุกอย่างเลยหรอ ทำไมถึงได้กินกันหน้าชื่นตาบานทุกครั้ง

#5 By NBlue2Sky on 2008-05-22 23:08

ไฮ่ ถึงจะไม่ค่อยชอบคนญี่ปุ่นซักเท่าไหร่ (เ้พราะรู้สึกว่าเค้าหื่นจัง) แต่ก้ชอบภาษากับประเทศเค้าน่ะ

Hot! Hot!

#6 By * 예인 เยอิน * on 2008-05-24 22:16

*ย้อนกลับมาอ่าน*

ที่พูดมานี่แบบ .. ถูกค่ะ!!!!!!!

ที่เขาว่ากันว่าเรียนภาษาอังกฤษต้องหัดกระแดะ ก็คงได้อารมณ์เดียวกับการเรียนญี่ปุ่นอ่ะแหละ แต่เปลี่ยนหน่อย ขอเป็น

"เรียนญี่ปุ่นต้องหัดตอ..แห..ล"

วะฮ่ะฮ่ะฮ่า
Hot! Hot!
แหล ได้จริงๆ ฮ่าๆๆ
ที่สำคัญค่ะ เวลากล้าวทำขอโทษแล้ว ต้องทำหน้าสำนึกผิดด้วย ห้ามยิ้มเด็ดขาด เค้าจะหาว่าเราไม่จริงใจ

#8 By All Su on 2008-05-25 13:27

ไฮ่!!Hot!

#9 By yuuii on 2008-05-25 20:36

ไอ้พูดคำขอโทษ ก็พอพูดได้นะค่ะ
เราก้อเคยดูซีรี่ จริงๆแหละ ที่อาหารยังไม่เข้าปากก้ออร่อยแล้ว
อิอิ...แต่มันก้อไม่ได้ทำให้เรารักญี่ปุ่นน้อยลง
อิอิ...
ยอมรับคนญี่ปุ่นในข้อหนึ่ง
เค้ามีระเบียบจริงๆนะ

#11 By カミン~♥ on 2008-05-27 21:30

อ่านสนุกดีครับ เป็นเกร็ดความรู้ที่เล่าได้เข้าถึงดีครับbig smile

#12 By Snowday on 2008-06-03 22:13

จำได้ว่าตอนไป ก็เผลอพูดขอโทษกับ ไฮ่ เนี่ยโคตรจะบ่อยเลยล่ะครับsad smile
Hot! ตลกพีคตอนโออิชี้เนี่ย
จริงๆ ขำตั้งแต่ซุมิมาเซ็น 555+

#14 By jan on 2008-06-09 16:23

"โอะทสึคะเรซามะเดส" ฮิๆ คนเกาหลีก็มีคำที่มีความหมายแบบนี้เหมือนกันค่ะ เขาพูดว่า "ซูโกฮาชย๊อตซึมมิดะ" ไม่ว่าทำไรเส็ดพี่เกาก็พูดเหมือนกัน แต่เราไม่ค่อยพูดอะค่ะ ปล่อยให้มันพูดไป เหมือนคนสันดานเสีย แต่ไม่ชินปากอะไม่ค่อยชอบพูด เหอๆ

ไอ้คำติดปากที่เขียนมาอะค่ะ เพื่อนซี้ชาวยุ่นเราชอบพูดมากๆๆๆ "อุมั่ย" พร้อมกับทำตาโตประหนึ่งว่าอร่อยโคตรพ่อเนี่ยเห็นจนเบื่อ จนเข้าใจว่าคงไม่ได้เสแสร้งหรอก มันอยู่ในสันดานมากกว่าเพราะเขาโตมาแบบนี้อะเนอะ แต่เพื่อนเรานิสัยดีมาก ออกแนวเฮ้วๆต่างชาติ ประสาตากล้องขาลุย เพื่อนอีกคนเป็นผู้ชายชอบพูดว่า "ยาไบ้" กับ"ดาเม่ะ" ตลอดเวลา ฮามากๆ
โอ๊ยฮาาาาา big smile

#16 By ウィン on 2008-07-03 19:05

ได้ประโยช์อื้อค่ะ
มาติดตามค่ะ Hot!

#17 By kakon on 2008-07-03 21:41

เป็นอะไรที่ฝืนดีแฮะ 555 หรือพี่ไทยอย่างเราอิสระเสรีกันมากเกินไปรึเปล่าไม่รู้ ไม่เห็นต้องพูดขอบคุณความเหน็ดเหนื่อยเลย เหอๆ ต้องฝึกเอาไว้ คราวนี้ทำอะไรจะขอบคุณ ขอโทษ โออิชิ ให้ติดปากเลยHot!

#18 By ~悲願の受路~ on 2008-07-26 04:08

ย้อนมาอ่านครับ big smile

มิน่า เพื่อนที่มหาลัยที่เป็นคนญี่ปุ่นถึงชอบพูดแทรก เพราะอย่างนี้นี่เอง ^^"

#19 By Likeberty on 2008-07-28 07:51

ฮร๊าาา
ก็ถูกของพี่แก ตอ..จัง

แต่ยังงัยก็ชอบญี่ปุ่นนนน

Hot! Hot!

#20 By wazabii ★ on 2008-08-07 20:06