โลกมันไฮเทคทันสมัยมากขึ้นไปทุกวัน จนบางทีก็น่ากลัว
กลัวว่าอีกไม่นาน มนุษย์อย่างเราจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดเทคโนโลยี
คิดว่าอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้านี่ เทคโนโลยีอาจจะเป็นทุกอย่าง
สำหรับบางประเทศ และบางสังคมกันเลยทีเดียว
อย่างน้อยที่สุด สังคมรอบตัวผม ณ ปัจจุบันนี้ มันก็กำลังเดินทางไปในแนวนี้อยู่
เมื่อการส่งอีเมลล์มีความสำคัญมากกว่าการเขียนจดหมายคุยกัน
และมนุษย์ก็มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ลดลงอย่างน่าใจหาย

สังคมที่มองเห็นเพียงแต่ตัวกรูของกรู ...
ตัวข้า ของเอ็ง ...มันไม่โสภาสักนิดสำหรับผม
เมื่อก่อน ผมอาจจะเคยชื่นชอบรูปแบบสังคมแบบนี้ และใฝ่ฝันหามันทุกวัน
เพราะเมื่อคนรอบข้าง มันวุ่นวาย มันเรื่องมาก มากคนก็มากความ
แต่พอได้มาเจอสังคมตัวคนเดียวแบบนี้เข้าจริง
ผมกลับเริ่มกลับมาคิดใหม่ คิดว่าถ้าให้เลือกก็เลือกไปอยู่สังคมที่บ้านเราดีกว่า

บางคนก็ชื่นชอบความเป็นสังคมตัวคนเดียวของที่นี่
นั่นก็คงไม่แปลก เพราะผู้คนย่อมมีความชอบต่างกัน
และมีวิถีชีวิตที่ต่างกันไป ตามแบบที่ตัวเองชอบและอยากเลือกทำ 

บางครั้ง เราก็คิดอยู่เสมอแหละ ทำไมต้องสนใจคนอื่น
ในเมื่อตัวเองยังเอาตัวไม่รอด เรื่องคนอื่นจะไปสนใจทำไม
นั่นมันก็คงจริง แต่คงไม่จริงทั้งหมดหรอก
เพราะผมคิดว่าการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน
มันทำให้ความตึงเครียดบางอย่างลดลง และเป็นการแบ่งเบาความรู้สึกระหว่างกัน
ทำให้การอยู่ร่วมกันมันเป็นสุขมากขึ้น
การหยิบยื่นความเอื้อเฝื้อเข้าหากัน มันก็มีแต่เรื่องดี
และไม่เห็นแปลกสักหน่อย ที่ระหว่างคนต่อคน เราจะมีความเอื้อเฟื้อเป็นสายสัมพันธ์กัน


วานนี้ ผมได้มีโอกาสไปคุยกับคนญี่ปุ่น
หลากหลายเรื่อง เพราะคนญี่ปุ่นกลุ่มนั้นเค้าก็ต้องการอยากจะรู้
มีหลายเรื่องที่เค้าถามเกี่ยวกับเรื่องบ้านเรา และก็มีหลายเรื่องที่เราถามกลับ
ผมถามเรื่องธรรมดาบางเรื่อง แต่ผมดูเป็นตัวประหลาดไปเมื่อถาม

ผมถามว่า "ทำไมเห็นคนจักรยานล้ม แล้วคนญี่ปุ่นไม่ช่วย"
ตามสไตล์คนญี่ปุ่น ตอบอ้อมโลก และผมก็ยังจับประเด็นไม่ได้อยู่ดีว่าเพราะอะไร
แต่ที่พอจะได้คร่าวๆ สาวๆ สี่ห้าคนนั้นตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "รู้สึกอาย"
ถ้าการช่วยเหลือผู้อื่นมันจะเป็นเรื่องน่าอาย ผมว่าคิดแบบนั้นมันก็แปลกเหมือนกันแหละ

แต่เค้าก็ให้คำตอบมาอีกอย่างว่า
การที่เค้าจะทะเล่อทะล่าไปช่วย อาจจะทำให้คนที่จักรยานล้ม "รู้สึกอาย"
มันก็คงอายจริงแหละ  (บางทีก็อาจจะรู้สึกเจ็บมากกว่าอายในบางครั้ง)
แต่การแสดงการมีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้มันแปลกตรงไหน?

บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าคนญี่ปุ่นมีพื้นที่ส่วนบุคคล
ห้ามแตะต้องและมีช่องว่างระหว่างกัน
อันนี้รู้สึกได้แหละ เพราะที่บ้านเรามีช่องระหว่างบุคคลน้อยมาก จนแทบไม่มี
จนบางครั้งก็เลยเถิด เพราะไร้ช่องว่างระหว่างกัน
เอาเป็นว่ามันก็มีทั้งข้อดีและเสียคนละแบบกันไป

อ้อมแอ้มไป จนไม่รู้ว่าอันไหนเป็นคำตอบที่แท้จริง
เอาเป็นว่า เค้าคิดว่าคนเหล่านั้นยังสามารถช่วยตัวเองได้
จึงไม่มีความจำเป็นต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ
สาวๆ สี่ห้าคนนั้นยังเล่าประสบการณ์ตรงหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้
บางทีลุกให้คนแก่นั่ง แต่เค้าไม่ยอมนั่งแถมยังโดนว่า
หลังจากนั้นก็เข็ดหลาบไม่กล้าลุกให้ใครนั่ง เพราะรู้สึกอาย
ถ้าใครอยากนั่งมันก็คงจะไขว่คว้าไปหาที่นั่งเอาเอง เอ่อ..แปลกดีแฮะ

อันนี้เจอมากับตัว บนรถไฟ ผมนั่งอยู่ ยายคนนึงก้าวเข้ามา
ผมลุกให้นั่ง แต่แกไม่นั่ง แถมยังตะคอกใส่ว่าลุกทำไม
แต่ผมก็ไม่ได้อายนะ รู้สึกว่าก็ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้นเอง 
มันไม่เห็นจะน่าอายตรงไหน

ผมเลยถามกลับอีกรอบ "ทั้งๆ ที่ทำความดี มันน่าอายตรงไหน?"
สาวๆ ตอบไม่ได้อีก อ้อมโลกตามเคย 
เวลาคุยเรื่องน้ำจิตน้ำใจกับคนญี่ปุ่นนี่เราต้องมีสมาธิมาก
เพราะเค้าจะพาเราอ้อมมหาสมุทรแปซิฟิกก่อน วกเข้าทะเลสาปบิวะอีกสองรอบ
(ทะเลสาปน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น)
ก่อนจะตอบอ้อมแอ้มไป จนทำเอาเรางงว่า อันไหนมันคือคำตอบกันแน่

การถามและตอบกลับอย่างไม่ตรงประเด็นแบบนี้
ภาษาญี่ปุ่นเค้าเรียกว่า "ไอมัย"
ไอมัย เป็นการตอบไม่ตรงตามที่คิดเพื่อรักษาน้ำใจคู่สนทนา อันนี้คนญี่ปุ่นเค้าว่ามา
ความจริงแล้ว การพูดจาวกวนอ้อมค้อมแบบนี้คนไทยก็เป็น
แต่มันก็ไม่ได้มากมายขนาดถมทะเลสร้างสนามบินคันไซหรือโอไดบะได้
จะว่าไป หรือเราควรจะไอมัยให้มากกว่านี้
เราจะได้ถมสุวรรณภูมิให้หลุดพ้นจากการเป็นหนองน้ำเน่าเฟะนี่เสียที

ว่าแต่เขียนมาถึงตรงนี้สุวรรณภูมิมาได้ไงฟระ ฮ่า

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อือ จริง ๆ คนตะวันออก ก็มีลักษณะอ้อมค้อม แบบนี้คล้าย ๆ กันแหละ(จะมากหรือน้อยแล้วแต่)
ทางเข้าสุวรรณภูมิยังวนอ้อมตั้งนานกว่าจะถึงตัวสนามบินเลย
เจ๊ยยยก วกมาได้ไง

#1 By rokjitjung on 2008-04-20 11:00

55555

เอ็นทรีนี้น่ารักดี ตรง สุวรรณภูมินี่แหละ

ดูถ้าเราจะเป็นคนหนึ่งที่อยู่สังคมแบบนั้นไม่ได้แน่

เพื่อน และ สัมพันธ์ภาพ มันเป็นสิ่งจำเป็นนะ (อาจแค่สำหรับเรา)

ความมีน้ำใจไม่ใช่เรื่องผิด

การอายที่จะทำความดีมันดูแย่

ปากไม่ตรงกับใจ คนไทยก็เป็นนะ หุหุ

PS. รูปที่เป็นเฮดบล็อกสวยดีค่ะถ่ายเองเหรอค่ะ

#2 By pinnie and the kipooh on 2008-04-20 11:20

เข้าใจความรู้สึกนี้สุดๆ คะ


อ่านแล้วโดนหลายเรื่องมาก อยู่ที่นี่มาสองปีนี่แบบอยากกลับบ้านมากๆ


โดยเฉพาะเรื่องไอมัยเนี่ย ตอนที่กะลังจะสมัครสอบเรียนต่อ ถามข้อมูลจากอาจารย์แล้วปวดหัวมากกก เพราะจารย์แกไอมัยสุดฤทธิ์

มันคงขัดกับนิสัยคนไทยที่พูดกันค่อนข้างตรง เลยรู้สึกรำคาญกับการพูดจาอ้อมค้อมของคนญี่ปุ่น

เวลาคุยด้วยสุดท้ายก็จะงงว่า ตกลงคุณต้องการจะพูดอะไรกันแน่



เคยคุยกับคนญี่ปุ่นคะ ว่าทำไมโดนลวมลามในรถไฟแล้วไม่ร้องให้ช่วย

เขาบอกว่าอายคะก็เข้าใจนะ แต่ว่ามันมาล่วงเกินนี้ไม่น่าละอายกว่าเหรอ

เธอตอบว่า อายที่ถูกคนมอง คงเป็นเพราะญีปุ่นเป็นชนชาติเกาะ เลยกลัวการที่จะต้องอยู่โดดเดี่ยว หรือแตกแยกจากคนอื่น


ฟังเหตุผลเขาแล้วก็อึ้งไปsad smile


มันต่างคนต่างวัฒนธรรมดีเนอะ


อุ๊ย ตอบยาวเกิน เจอเรื่องโดนใจเลยยาวไปติ๊ด ขอโทษนะคะ

#3 By tapum on 2008-04-20 11:27

suwannabhoom -*-

umm

but sometime to tell the truth
it make me hurt

like american they never think wat i feel many times it hurt me so much
esp. my host mom

herrrrr

#4 By $aunTel2** on 2008-04-20 11:30

ไม่ต้องคนญี่ปุ่นหรอกคะ คนทุกชาติ ปากไม่ตรงกับใจ โดยเฉพาะผู้หญิง อิอิ big smile

#5 By ยัยหมูบ้า on 2008-04-20 18:49

อ่านแล้วเพิ่งรู้ว่าคนญีุ่ปุ่นเค้าอ้อมค้อมกันขนาดนี้
ตัวเองสัมผัสคนญี่ปุ่นน้อยมากค่ะ มีเพื่อนเป็นคนญีุ่ปุ่นก็ดั๊นเป็นญี่ปุ่นหัวนอก ไม่ค่อยมีนิยสัยแบบญี่ปุ่นเท่าไร
เลยอ่านแล้วก็โอ อย่างนี้นี่เอง

วัฒนธรรมมันต่างกันเนอะ ไม่รู้ว่าอันไหนดีอันไหนแย่ แต่สรุปว่าบ้านใครก็บ้านมันสังคมต่างกัน 555

อ่านสนุกดีค่ะ ไว้จะแวะมาอ่านเรื่อยๆนะคะ

#6 By gallantfoal on 2008-04-21 00:26

5555 หนูว่าพี่น่าจะไปเขียนพ๊อคเกทบุ๊คน่ะค่ะ รับรองคนซื้อเยอะแน่เลยอ่ะ แล้วคนที่มีความคิดเกี่ยวกับญี่ปุ่นก็จะได้รู้อะไรหลายๆอย่างที่ไม่รู้ด้วย ดีค่ะชอบๆฮ่าๆ

#7 By ~*:B.u.a.B.L.i.E:*~ on 2008-05-24 08:02

...เป็นสังคมทุนนิยมได้สมบูรณ์แบบจริงๆเลยนะเนี่ย...

กรณีลุกให้นั่งนี่ก็เคยได้ยินมาเหมือนกันนะคะ อาจจะเป็นเพราะว่าคนญี่ปุ่นเขามีแนวคิดเรื่องตัวตนอยู่สูงหรือเปล่า คือแบบ ความสุขของฉัน เธอก็ห้ามยุ่ง ความทุกข์ของฉัน เธอก็ห้ามยุ่ง เธอได้นั่งสบายๆก็เป็นความสุขของเธอ ฉันยืนฉันลำบากมันก็ความสุขของฉัน ไม่เกี่ยวกับหรือเปล่า
(อันนี้สันนิษฐานเองนะคะ เหอๆ)

ป.ล.ขอนอกเรื่องนิดนึงนะคะ ไอมัยเนี่ย ใช้คันจิตัวไหนคะ ใช่ตัวไอ(ความรัก) กับมัย(เต้นระบำ)หรือเปล่า แบบว่าเคยเห็นอ่ะค่ะ อ่านว่าไอมัยเหมือนกัน เลยสงสัยว่าตัวเดียวกันหรือเปล่า

#8 By cat~~~ on 2008-05-24 14:57

เคยได้ยิน(เรียนมา) เรื่องเกี่ยวกับการสร้างบุญคุณของคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกรณีเดียวกันกับการลุกให้ยายนั่งนั้นแหละ คือ คนญี่ปุ่นไม่ชอบให้คนที่ไม่รู้จักหรือสนิทชิดเชื้อมามีน้ำใจด้วย เพราะมันจะเป็นบุญเป็นคุณกัน และจะทำให้คนได้รับน้ำใจนั้นลำบากใจ เพราะญี่ปุ่นเค้ามีวัฒนธรรมการตอบแทนชิมิ ? ก็นั่นแหละ การได้รับน้ำใจจากคนนอกหรือคนแปลกหน้าจะทำให้ต้องลำบาก ไม่ว่าจะลำบากด้วยยากแก่การตอบแทนหรืออะไรต่างๆก็ดี =w=

#9 By Camio on 2008-05-25 08:15

แต่ให้เจอคุณป้าซิ้มเอาของมาเบียดข้างๆทั้งๆที่คนโล่งๆ
แถมมองหน้าประมาณว่า"มึงลุกให้กูนั่งซิ"

นี่ก็ไม่ใหวนะครับ

#10 By garun on 2008-05-25 11:55

อืม~ น่าคิดแฮะ
ถ้ารักษาน้ำใจกันแล้วถมสุวรรณภูมิได้จริง อิชั้นจะช่วยนะค้า question

#11 By มันแกว on 2008-05-25 12:51

เพื่อนญี่ปุ่นไม่มี แต่มีคนที่ดิวงานด้วยเป็นคนญี่ปุ่น

เท่าที่ได้สัมผัสมา รู้สึกว่าคนญี่ปุ่นเอาการเอางานดี ซึ่งเป็นข้อดีของเขาค่ะ

แต่ข้อเสียก็คือ การปกป้องตัวเองจนเกินเหตุกับพูดจาอ้อมโลกเนี่ยแหล่ะค่ะ
(ขนาดใช้ภาษาอังกฤษยังอ้อมโลกขนาดนี้ แล้วถ้าพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นจะอ้อมโลกขนาดไหนเนี่ยsad smile)

เราว่าคนไทยรักษาน้ำใจ (ในทางที่ดี) แล้ว แต่คนญี่ปุ่นรักษาน้ำใจ (ในทางที่ตัวเองดูดี และดูไม่จริงใจ) มากกว่า

แต่ถึงยังไง ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศที่เราอยากจะไปเห็นสักครั้งค่ะ และเราก็เชื่อว่า ยังมีคนญี่ปุ่นดี ๆ และน่ารัก ๆ หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ (หรือเปล่า?) ค่ะsurprised smile

ป.ล. ไหงคันไซมาสุวรรณภูมิได้ล่ะคะเนี่ย 555confused smile

#12 By sora no hime★空のひめ on 2008-05-26 10:11

บางทีก็เบื่อกับการตีความคำพูดของมันเหมือนกัน
หายากนะคนญี่ปุ่นที่ตอบแบบตรงไปตรงมาและรู้เรื่องชัดแจ่มภายในไม่กี่ประโยคน่ะ

#13 By jan on 2008-06-09 16:26

คนญี่ปุ่นปากไม่ตรงกับใจจริงๆ หรือเรียกว่าปากว่าตาขยิบเลยยังได้ จากประสบการณ์ที่เคยทำงานบริษัทยุ่นมาหลายปี รู้เช่นเห็นชาติมากๆ บางอย่างที่ได้ทำงานกับเขาเราก็ชอบ มันทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลาดี แต่เรื่องปากว่าตาขยิบนี่ไม่ไหว ชอบนินทาก็ที่หนึ่ง ต่อหน้ารักเราแต่ลับหลังไปนินทากับใครก็ไม่รู้ ทำให้เราต้องระวังตัวเองอยู่เสมอเวลาทำงานเพื่อไม่ให้พลาดได้ รู้สึกเหนื่อยมากเหมือนกัน

คนเกาหลีปากตรงกับใจ คิดไรพูดไปดีกว่าเกาหลีเยอะ แต่คนไทยจะมองว่าเขาแรงไร้มารยาทซะเยอะ ตอนแรกก็คิดงี้นะ แต่พออยู่ประเทศนี้นานๆเราเริ่มชินและเข้าใจ แต่เรื่องน้ำใจนี่ก็หายากเหมือนกัน ประเทศที่มันพัฒนาวัตถุเยอะมันคงจะเป็นสิ่งที่หายากในประเทศเขา อะ เรื่องลุกให้นั่งบนรถไฟนี่ไม่ค่อยเห็นเหมือนกัน จนเริ่มคิดนะว่าคนเกาหลีความที่รับวัฒนธรรมยุ่นมามาก อีกหน่อยอาจจะกลายเป็นเหมือนกันได้

อย่างดูละครยุ่นคนญี่ปุ่นจะบอกรักกันยังไม่ใช้คำว่า"รัก"เลย จนเราอดคิดไม่ได้ว่ามันบรรยัติไว้ทำไม ในเมื่อพูดกันแต่ "ซึกิๆๆ" embarrassed
ออสเตรเลีย คนมีน้ำใจ

#15 By ... (123.2.246.182) on 2008-07-04 04:52