ลัดเลี้ยวเที่ยวชูกะงุอินริคิว 修学院離宮
posted on 29 Nov 2009 11:59 by future7
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ....
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมพระราชวังเกียวโตบางส่วนมาครับ
อย่างที่รู้กันดีครับว่าเกียวโตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงเก่า
ถึงแม้ว่าตอนนี้เมืองหลวงจะย้ายไปอยู่เอโดะ(โตเกียว)แล้วก็ตาม
แต่เกียวโตก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงมานานมากครับ
ถ้าให้เปรียบเป็นไทยๆ ความรู้สึกคงไม่ต่างไปจากเมืองสุโขทัยหรืออยุธยาครับ
มีจักรพรรดิ์เคยประทับอยู่ที่เกียวโตหลายพระองค์
และที่เกียวโตก็มีพระราชวังอยู่ด้วยครับ ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ครับ
มีชื่อว่า "พระราชวังเกียวโต"
ผมได้มีโอกาสไปชมพระราชวังบางส่วนครับ
พระราชวังในเกียวโตจะแบ่งเป็นพระราชวังหลักซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองเกียวโต
และก็มีวังตากอากาศตามที่ต่างๆ อีกครับ
ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม "修学院離宮" ชูกะงุอินริคิว
หรือ Shugakuin Imperial villa
วังชูกะงุอินนั้น เมื่อก่อนเคยเป็นวัดมาก่อนครับชื่อ "ชูกะงุอิน"
แต่หลังจากนั้นวัดถูกทำลายไปครับ เหลือแต่พื้นที่เฉยๆ
จักรพรรดิ์โกะมิซุโนะโอะ ได้มีดำรัสให้สร้างวังชูกะงุอินขึ้นในพื้นที่วัดเดิมครับ
หลังจากที่สร้างวังคัสสึระ(อยู่ในเกียวโต) เสร็จสามสิบปีให้หลังครับ
พระราชวังชูกะงุอินสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ 1655 และแล้วเสร็จเมื่อปี ค.ศ 1659
ใช้เวลาสร้างทั้งสิ้น 4 ปีครับ
วังชูกะงุอินสร้างติดกับภูเขาในพื้นที่กว้างขวางมากครับ แต่ใช้เวลาสร้างเพียงสี่ปีเอง
ภายในวังนอกจากจะมีห้องน้ำชา แล้วก็ยังมีไร่นาด้วยครับ โอ้ววว....
เนื่องจากวังตั้งอยู่ใกล้กับเขา พื้นที่บางส่วนจึงเป็นที่ราบสูง และบางส่วนเป็นพื้นที่ลุ่ม
นอกจากนี้ก็ยังมีสวนแบบญี่ปุ่นประดับตกแต่งไว้สวยงามด้วยครับ
เฮ้ยย ... มีสาระแบบนี้ไม่ใช่ผมละ ฮ่า ๆ ๆ
เอาล่ะๆ ไปดูแผนที่วังกันครับ

จากแผนที่ทางเข้าหลักจะอยู่ใกล้ๆ แถวเบอร์หนึ่งครับ ซึ่งเป็นส่วนล่าง
วังจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนตามความลาดชันครับ
อันได้แก่ส่วนล่างสุด(ทางเข้า) ส่วนกลาง และส่วนด้านบนสุดครับที่มีทะเลสาป? สระ นั่นล่ะครับ
ส่วนเบอร์ห้าจะเป็นทางเดินที่ประดับด้วยต้นสนตลอดทาง และรอบๆ จะเป็นนาข้าวครับ
อ้อ ลืมบอกไปครับ สำหรับท่านที่ต้องการจะมาชมวัง ชมฟรีนะครับ
เพียงแต่ว่าต้องไปทำเรื่องขอเข้าก่อนล่วงหน้า คือต้องจองมาก่อนครับ
ซึ่งสำนักงานที่ทำหน้าที่จองก็อยู่ตรงส่วนพระราชวังหลักในเกียวโตครับ
สำหรับท่านที่สนใจ ตามลิงค์นี้ไปเลยครับ
http://sankan.kunaicho.go.jp/english/index.html
มีข้อมูลทั้งแบบภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษครับ
การมาที่วังนี้ไม่ใช่มาสุ่มสี่สุ่มห้าครับ
เพราะทางผู้จัดการจะมีรอบต่างๆ ให้เราเลือกจอง
หลังจากจองแล้วเจ้าหน้าที่ที่จัดการวังก็จะพาเราทัวร์ชมเองครับ
มากันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ไปไหนไปด้วยกันครับ
วังชูกะงุอินใช้เวลาทั้งสิ้นหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ครับสำหรับการเยี่ยมชมทั้งหมด
ไม่มีเวลาเอื่อยเฉื่อย อยากทำอะไรก็ทำได้ตามใจเรา ต้องทำตามกฎครับ
เอาล่ะครับไปชมภาพกันครับ
คือส่วนตัวผมแล้วชอบถ่ายภาพธรรมชาติ ก็ไม่ค่อยได้ถ่ายในส่วนของอาคารมาเท่าไหร่ครับ
ก็เป็นอาคารไม้คล้ายๆ กันไปเสียหมดครับ
เรียบง่าย สไตล์ญี่ปุ่นครับ ก็ดูสวน ต้นไม้ใบหญ้ากันไปพลางๆ ครับ

ความจริงใบเมเปิ้ล หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าโมมิจิ ก็ร่วงโรยไปแทบหมดสิ้นแล้วครับ
แต่ก็ยังมีให้เห็นบ้างครับ
อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวผมนะครับ ผมไม่ค่อยชอบสวนญี่ปุ่นแบบหิน
เพราะมันดูแห้งแล้ง แต่เขาว่ามีปรัชญา
มาเจอสวนในวังนี้ ผมว่าสวนแบบนี้สวยดีครับ มีน้ำ มีมอส มีอะไรเขียวๆ ให้ดูเยอะดีครับ
ภาพที่เห็นอยู่นี้ อยู่ประมาณส่วนของเบอร์ 3-4 ในแผนที่นะครับ
อันนี้มาแถบๆ เบอร์ 5 ล่ะครับ ที่จะมีนา มีแปลงผัก
เป็นการทำนาบนเนิน คือไม่มีการขังน้ำ แบบนี้แถบภาคเหนือของเราก็ทำกันครับ
ในพื้นที่ราบสูง แล้งน้ำ

ภาพจากนี้อยู่ประมาณเบอร์ 7 ของแผนที่ครับ

ไฮไลท์ครับ
ที่ผมไม่ค่อยถ่ายตัวอาคารเลย เพราะถ่ายไปทางไหนก็เห็นแต่หัวลุงกับป้า -*-

และหลังจากนี้ไปแบตกล้องก็หมด -*- ดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้งจริงๆ
ภาพต่อจากนี้ถ่ายจากมีถือแล้วนะครับ
อยู่ในส่วนรอบๆ สระนะครับ หลังจากนั้นก็จบคอร์สเดินกลับทางเก่าครับ แยกย้าย
พอดีวันนั้นผมต้องกลับไปทำความสะอาดคณะต่อ ก็ขอจบทริปท่องเที่ยวไว้เพียงเท่านี้ครับ
ปล.วังให้เข้าชมได้เฉพาะวันธรรมดาเท่านั้นครับ วัดหยุด ปิดทำการครับ
รายละเอียดติดตามได้ที่เวบไซต์ที่ให้ไว้ข้างบนครับ